มาตรา 198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ส่วนที่ ๑ การขาดนัดยื่นคำให้การ
ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ
ถ้าโจทก์ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีโดยขาดนัดไปตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ แต่ถ้าศาลมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะไม่ทราบหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้มีการส่งหมายเรียกใหม่ โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อให้จำเลยได้ทราบหมายเรียกนั้นก็ได้
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
108 คดี
เรื่องจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์มิได้ยื่นคำร้องให้นัดพิจารณาภายใน 15 วัน นั้นตามบทบัญญัติใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 198 เพียงแต่บัญญัติให้อำนาจศาลที่จะสั่งจำหน่ายคดีเมือพ้น 15 วันได้ ฉะนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ดำเนินการพิจารณาฝ่ายเดียวได้ เมื่อโจทก์ร้องขอ แม้จะเป็นเวลาภายหลัง 15 วันในเมื่อศาลยังมิได้สั่งจำหน่ายคดีนั้น
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 198
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทฟ้องขอไห้จำเลยชำระหนี้สินซึ่งสามีจำเลยเปนผู้กู้ จำเลยขาดนัดยื่นคำไห้การเนื่องจากจำเลยหยู่ต่างประเทส เมื่อจำเลยได้ซาบว่าถูกฟ้องก็ได้รีบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อสู้คดี และได้ยื่นคำไห้การพายไน 6 วันนับแต่มาถึงดังนี้ แม้ครบกำหนดยื่นคำไห้การก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้จงไจขาดนัดยื่นคำไห้การ.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 199
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทฟ้องขอไห้จำเลยชำระหนี้สินซึ่งสามีจำเลยเปนผู้กู้ จำเลยขาดนัดยื่นคำไห้การเนื่องจากจำเลยหยู่ต่างประเทส เมื่อจำเลยได้ซาบว่าถูกฟ้องก็ได้รีบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อสู้คดี และได้ยื่นคำไห้การพายไน 6 วันนับแต่มาถึงดังนี้ แม้ครบกำหนดยื่นคำไห้การก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้จงไจขาดนัดยื่นคำไห้การ.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 199
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา