มาตรา 237 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๑ อุทธรณ์
ไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลแสดงว่า จำเลยอุทธรณ์ขาดนัดเพราะไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
71 คดี
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลย แต่จำเลยต้องรับผิดชำระค่าสินค้า และพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยอุทธรณ์โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีย่อมคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นที่วินิจฉัยให้โจทก์แพ้ โดยตั้งประเด็นเรื่องโจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลยหรือไม่นั้นมาในคำแก้ อุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย จึงชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 237 และมาตรา 240.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 240
โจทก์เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้จำเลยโดยเป็นผู้ติดต่อสายการบินทำการขนส่งให้ติดต่อเกี่ยวกับพิธี การศุลกากรเป็นการกระทำแทนจำเลยทั้งสิ้น มิใช่กระทำในนามของโจทก์เองโดยตรง ใบตราส่งซึ่งเป็นของสายการบินก็ระบุว่าจำเลยในนามโจทก์เป็นผู้ส่งของทั้งรายการในใบเสร็จรับเงินหมาย ล. 13 ที่โจทก์เรียกเก็บเงินจากจำเลยก็ระบุค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จ่ายแทนจำเลยไว้แยกต่างหากจากค่าบริการของโจทก์ ลักษณะการประกอบกิจการของโจทก์เป็นการให้บริการในการจัดส่งสินค้ายิ่งกว่าเป็นผู้ขนส่งเสี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 608
ป.พ.พ. มาตรา 797
ป.พ.พ. มาตรา 816
ป.พ.พ. มาตรา 845
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
โจทก์เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้จำเลยโดยเป็นผู้ติดต่อสายการบินทำการขนส่งให้ติดต่อเกี่ยวกับพิธี การศุลกากรเป็นการกระทำแทนจำเลยทั้งสิ้น มิใช่กระทำในนามของโจทก์เองโดยตรง ใบตราส่งซึ่งเป็นของสายการบินก็ระบุว่าจำเลยในนามโจทก์เป็นผู้ส่งของทั้งรายการในใบเสร็จรับเงินหมาย ล. 13 ที่โจทก์เรียกเก็บเงินจากจำเลยก็ระบุค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จ่ายแทนจำเลยไว้แยกต่างหากจากค่าบริการของโจทก์ ลักษณะการประกอบกิจการของโจทก์เป็นการให้บริการในการจัดส่งสินค้ายิ่งกว่าเป็นผู้ขนส่งเสี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 608
ป.พ.พ. มาตรา 797
ป.พ.พ. มาตรา 816
ป.พ.พ. มาตรา 845
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
คำพิพากษาศาลฎีกาสั่งให้จำเลยรื้ออาคารเหลือความสูง 8 เมตรโดยไม่ได้ระบุชัดแจ้งว่าวัดจากจุดไหนถึงจุดไหน จำเลยได้รื้ออาคารออกไปแล้ว 2 ชั้น เหลือพื้นชั้นที่ 3 เป็นหลังคา ถ้าวัดส่วนสูงสุดของอาคารถึงพื้นที่ทำการจะสูง 8.59 เมตร แต่ถ้าวัดถึงพื้นโดยรอบอาคารจะสูง 7.90 เมตร หากจะให้จำเลยรื้อออกอีก 1 ชั้น ก็จะทำให้อาคารของจำเลยมีความสูงต่ำกว่า 8 เมตรมาก ทั้งจะเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยมากเกินควร สำหรับห้องคลุมบันไดนั้นห่างจากผนังตึกที่ติดกับอาคารของ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 1337
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ข้อความในสัญญาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะ ผู้จำนำ ยอม รับผิดในฐานะ ลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 นั้น หมายความเพียงว่าจำเลยที่ 2จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันหนี้เท่านั้น หาใช่ขยายจำนวนเงินที่จะรับผิดออกไปจากวงเงินที่กำหนดไว้ไม่ จำเลยที่ 2 จะต้อง รับผิดในหนี้นอกเหนือจากราคาทรัพย์ที่จำนำก็ต่อ เมื่อมีข้อสัญญาแสดงฐานะ ว่าเป็นผู้ค้ำประกันโดย ชัดแจ้ง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 11
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 291
ป.พ.พ. มาตรา 368
ป.พ.พ. มาตรา 767
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ข้อความในสัญญาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะ ผู้จำนำ ยอม รับผิดในฐานะ ลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 นั้น หมายความเพียงว่าจำเลยที่ 2จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันหนี้เท่านั้น หาใช่ขยายจำนวนเงินที่จะรับผิดออกไปจากวงเงินที่กำหนดไว้ไม่ จำเลยที่ 2 จะต้อง รับผิดในหนี้นอกเหนือจากราคาทรัพย์ที่จำนำก็ต่อ เมื่อมีข้อสัญญาแสดงฐานะ ว่าเป็นผู้ค้ำประกันโดย ชัดแจ้ง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 11
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 291
ป.พ.พ. มาตรา 368
ป.พ.พ. มาตรา 767
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ความว่า เนื่องจากคำแก้ฎีกาของโจทก์ที่ยื่นไว้มีข้อบกพร่องโจทก์จึงขอแก้ไขคำแก้ฎีการายละเอียดปรากฏในคำร้อง โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังว่า โจทก์ เรียกจำเลยสำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลังว่า จำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 งาน 23 ตารางวา ตามแผนที่พิพาทหมายสีเขียว ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเพื่อชำระต้นเงิน30,000 บาทแก่โจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้สลักหลังซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1รับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อความในเช็คนั้น แต่เมื่อโจทก์แถลงรับในคำแก้ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้โจทก์บ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ยังค้างชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นเงิน3,500 บาท จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทต่อโจทก์เป็นเงินเพียง 3,500 บาท.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 914
ป.พ.พ. มาตรา 921
ป.พ.พ. มาตรา 940
เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเพื่อชำระต้นเงิน30,000 บาทแก่โจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้สลักหลังซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1รับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อความในเช็คนั้น แต่เมื่อโจทก์แถลงรับในคำแก้ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้โจทก์บ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ยังค้างชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นเงิน3,500 บาท จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทต่อโจทก์เป็นเงินเพียง 3,500 บาท.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 914
ป.พ.พ. มาตรา 921
ป.พ.พ. มาตรา 940
ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 76 ที่กำหนดให้ใช้ค่าทดแทนตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดนั้น หมายถึงราคาธรรมดาที่อาจจะซื้อขายกันในท้องตลาดตามความเป็นจริงในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่นำสืบได้ มิใช่หมายความว่าถ้าในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับไม่มีหลักฐาน การจดทะเบียนซื้อขายกันที่สำนักงานที่ดินก็จะต้องถือเอาราคาประเมินเพื่อใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าทดแทนประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 76 ที่กำหนดให้ใช้ค่าทดแทนตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดนั้น หมายถึงราคาธรรมดาที่อาจจะซื้อขายกันในท้องตลาดตามความเป็นจริงในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่นำสืบได้ มิใช่หมายความว่าถ้าในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับไม่มีหลักฐาน การจดทะเบียนซื้อขายกันที่สำนักงานที่ดินก็จะต้องถือเอาราคาประเมินเพื่อใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าทดแทน ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มาตรา 67
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มาตรา 76
ความว่า จำเลยยื่นคำแก้ฎีกาไว้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2530แต่เพื่อความสมบูรณ์จำเลยจึงขอยื่นคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมจากคำแก้ฎีกาที่ได้ยื่นไว้แล้ว โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนทำลายพินัยกรรมที่จำเลยนำไปแสดงต่อสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขามีนบุรี และให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกที่ดินโฉนดดังกล่าว เนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 66 ตารางวาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา (อันดับ 137)จำเลยรับสำเนาฎี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 186
ป.วิ.พ. มาตรา 237
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยขายฝากที่ดินกับโจทก์จนครบกำหนดไถ่ถอนคืนแล้วโจทก์จำเลยตกลงกันเป็นหนังสือว่าโจทก์จะเอาที่ดินไว้เฉพาะด้านที่ติดถนน ส่วนด้านหลังทั้งหมดคืนให้แก่จำเลย และได้มอบที่ดินให้จำเลยครอบครอง ต่อมาโจทก์ขอออกโฉนดที่ดินพิพาท จำเลยจึงฟ้องบังคับให้โจทก์โอนที่ดินให้ตามสัญญา ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทเป็นคดีนี้ เช่นนี้แม้คดีทั้งสองจะพิพาทเกี่ยวกับที่ดินแปลงเดียวกัน คู่ความรายเดียวกันและต่อมาคดีแรกศาลฎีกาพิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1381
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยขายฝากที่ดินกับโจทก์จนครบกำหนดไถ่ถอนคืนแล้วโจทก์จำเลยตกลงกันเป็นหนังสือว่าโจทก์จะเอาที่ดินไว้เฉพาะด้านที่ติดถนน ส่วนด้านหลังทั้งหมดคืนให้แก่จำเลย และได้มอบที่ดินให้จำเลยครอบครอง ต่อมาโจทก์ขอออกโฉนดที่ดินพิพาท จำเลยจึงฟ้องบังคับให้โจทก์โอนที่ดินให้ตามสัญญา ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทเป็นคดีนี้ เช่นนี้แม้คดีทั้งสองจะพิพาทเกี่ยวกับที่ดินแปลงเดียวกัน คู่ความรายเดียวกันและต่อมาคดีแรกศาลฎีกาพิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1381
การยื่นคำร้องแก้ไขคำแก้ฎีกาก็คือการยื่นคำแก้ฎีกาซึ่งผู้ร้องจะกระทำได้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำเนาฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา237 และ มาตรา 247
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 247
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา