มาตรา 249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๒ ฎีกา
ปัญหาสำคัญตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ปัญหาที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา
(๓) คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งยังไม่มีแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน
(๔) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่น
(๕) เพื่อเป็นการพัฒนาการตีความกฎหมาย
(๖) ปัญหาสำคัญอื่นตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามวรรคสอง (๖) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
มาตรานี้อ้างถึง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
2,537 คดี
ฎีกาจำเลยซึ่งโต้เถียงว่า ของกลางมิใช่ฝิ่นและจำเลยไม่รู้ว่าเป็นฝิ่น และประเด็นที่จำเลยอ้างว่าศาลล่างวินิจฉัยฝ่าฝืนพยานหลักฐาน ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วไม่ปรากฏว่าศาลล่างวินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานดังจำเลยอ้างแต่อย่างใดนั้น ทั้งสองข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อปรากฏว่าฎีกาจำเลยในข้อที่ว่า ศาลไม่ควรรับฟังว่าเป็นฝิ่นเพราะไม่ได้ส่งวัตถุพยานของกลางมายังศาลเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 241, 242 มิใช่ข้อสาระสำคัญในคดี ฎีกาจำเลยใน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คดีที่พิพาทกันด้วยทุนทรัพย์ 4,200 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ปัญหาที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นในชั้นฎีกาไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2503
พ.ศ. 2503
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยว่าจะรับเป็นคำให้การเพิ่มเติมหรือไม่นั้นศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งคำร้องเพิ่มเติมคำให้การนี้เสียก่อนแล้วจึงให้ดำเนินการพิจารณาต่อไปได้ การที่โจทก์โต้แย้งในชั้นฎีกา โดยโจทก์มิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ถือว่าไม่ปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ หากศาลชั้นต้นได้สั่งให้รับคำให้การเพิ่มเติมแล้วย่อมเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่งว่า จะให้สืบในข้อต่อสู้นั้นหร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 653
ป.พ.พ. มาตรา 680
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้รับขนส่งทางทะเล เนื่องจากของที่ขนส่งเปียกน้ำ โดยระบุเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายเกิดจากการประมาทเลินเล่อของนายเรือผู้ควบคุมดูแลยานพาหนะ และส่งสำเนากรมธรรม์มาด้วย ซึ่งตามกรมธรรม์ ข้อ 9 ระบุว่า บริษัทไม่ต้องรับผิดจากภัยอันเนื่องจากการเสียหาย ฯลฯ อันเกิดแต่การเลินเล่อของนายเรือจำเลยมิได้ยกกรมธรรม์ ข้อ 9 ขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้พ้นความรับผิด ก็ไม่มีประเด็นในข้อนี้ ดังนี้ ศาลไม่มีอำนาจหยิบยกกรมธรรม์ ข้อ 9 นั้น ขึ้นวิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 609
ป.พ.พ. มาตรา 624
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้รับขนส่งทางทะเล เนื่องจากของที่ขนส่งเปียกน้ำ โดยระบุเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายเกิดจากการประมาทเลินเล่อของนายเรือผู้ควบคุมดูแลยานพาหนะ และส่งสำเนากรมธรรม์มาด้วย ซึ่งตามกรมธรรม์ ข้อ 9 ระบุว่า บริษัทไม่ต้องรับผิดจากภัยอันเนื่องจากการเสียหาย ฯลฯ อันเกิดแต่การเลินเล่อของนายเรือจำเลยมิได้ยกกรมธรรม์ ข้อ 9 ขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้พ้นความรับผิด ก็ไม่มีประเด็นในข้อนี้ ดังนี้ ศาลไม่มีอำนาจหยิบยกกรมธรรม์ ข้อ 9 นั้น ขึ้นวิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 609
ป.พ.พ. มาตรา 624
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาของจำเลยซึ่งโต้เถียงว่า จำเลยมีสิทธินำสืบพยานบุคคลประกอบเอกสารได้นั้น เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำสืบแล้วอีกทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้แล้ว ฎีกาจำเลยในปัญหาข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่ คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คดีร้องขัดทรัพย์ที่มีทุนทรัพย์เพียง 3000 บาทเมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขัดทรัพย์ แล้ว จึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงข้อกฎหมายที่ไม่เคยยกขึ้นกล่าวมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั้น จะยกขึ้นฎีกาไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่ากรณีเป็นเรื่องวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ดังนั้นฎีกาที่ว่าข้อเท็จจริงเป็นการทำร้ายร่างกายฝ่ายเดียวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงข้อที่ว่าบาดแผลของ ฟ สาหัส หรือไม่ แม้จะเป็นข้อกฎหมายแต่เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่ากรณีเป็นเรื่องวิวาทกัน และ ฟ มิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจเป็นโจทก์แล้ว ปัญหาข้อกฎหมายข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นเรื่องฟ้องซ้ำ จำเลยก็ยกขึ้นมาคัดค้านในชั้นฎีกาได้ คดีก่อนโจทก์ฟ้องทางอาญาขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้เช็คไม่มีเงินแต่คดีหลังโจทก์ฟ้องทางแพ่งขอให้จำเลยใช้เงินตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายแม้ว่าจะเป็นเช็คฉบับเดียวกันกับที่พิพาทกันในคดีอาญาก็ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.พ.พ. มาตรา 113
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 914
ป.พ.พ. มาตรา 989
ป.วิ.อ. มาตรา 195
+2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นเรื่องฟ้องซ้ำ จำเลยก็ยกขึ้นมาคัดค้านในชั้นฎีกาได้ คดีก่อนโจทก์ฟ้องทางอาญาขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้เช็คไม่มีเงินแต่คดีหลังโจทก์ฟ้องทางแพ่งขอให้จำเลยใช้เงินตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายแม้ว่าจะเป็นเช็คฉบับเดียวกันกับที่พิพาทกันในคดีอาญาก็ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.พ.พ. มาตรา 113
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 914
ป.พ.พ. มาตรา 989
ป.วิ.อ. มาตรา 195
+2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ปัญหาที่ว่าสัญญารายพิพาทเป็นนิติกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อนแล้วแต่ใจลูกหนี้ฝ่ายเดียวหรืออย่างไร นั้นไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ไม่มีนุ่นตามตัวอย่างที่ตกลงกัน เพราะโรงงานที่จำเลยตกลงจะซื้อนุ่นเพื่อขายให้โจทก์ต้องเลิกล้มไปเช่นนี้ ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย อันจะทำให้จำเลยพ้นจากความรับผิด เพราะปรากฎว่าขณะทำสัญญาซื้อขายนุ่นกันนี้ มีโรงงานทำนุ่นหลายแห่งที่จำเลยสามารถหาซื้อนุ่นได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 152
ป.พ.พ. มาตรา 113
ป.พ.พ. มาตรา 114
ป.พ.พ. มาตรา 8
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ปัญหาที่ว่าสัญญารายพิพาทเป็นนิติกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อนแล้วแต่ใจลูกหนี้ฝ่ายเดียวหรืออย่างไร นั้นไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ไม่มีนุ่นตามตัวอย่างที่ตกลงกัน เพราะโรงงานที่จำเลยตกลงจะซื้อนุ่นเพื่อขายให้โจทก์ต้องเลิกล้มไปเช่นนี้ ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย อันจะทำให้จำเลยพ้นจากความรับผิด เพราะปรากฎว่าขณะทำสัญญาซื้อขายนุ่นกันนี้ มีโรงงานทำนุ่นหลายแห่งที่จำเลยสามารถหาซื้อนุ่นได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 152
ป.พ.พ. มาตรา 113
ป.พ.พ. มาตรา 114
ป.พ.พ. มาตรา 8
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการสมคบกันชิงทรัพย์ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนโจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว ขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องได้เพราะเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.พ.พ. มาตรา 113
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 86
ฎีกาจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม่เคลือบคลุมแล้วและจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ จำเลยจะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้ฎีกาจำเลยในปัญหาว่าบุคคลซึ่งโจทก์เบิกความถึงแต่มิได้นำมาเบิกความ จำเลยจึงอ้างมาสืบประกอบข้อต่อสู้และหักล้างคำพยานโจทก์นั้น ศาลจะฟังเป็นพยานคนกลางได้หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้อที่ว่าศาลควรจะอนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมได้หรือไม่นั้น เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้อ้างเพิ่มเติมแล้วก็ฎ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลอันเป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์ย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา219 ดังนั้นฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.พ. มาตรา 249
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา