มาตรา 49 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
หมวด ๔ รายงานและสำนวนความ
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
23 คดี
ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2509 ปรากฏว่าผู้ร้องทั้ง 10 แถลงรับว่าได้เช่าบ้านจำเลยอยู่.ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้ง 10 ออกไปภายใน 2เดือนนับแต่วันนั้น (อันเป็นมูลให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎีกาต่อมา). นับจากนั้นมาภายในระยะเวลา 1 เดือน ผู้ร้องทั้ง 10 หาได้อุทธรณ์คำสั่งอย่างใด.ไม่. คำสั่งที่กล่าวจึงถึงที่สุด แม้ผู้ร้องทั้ง 10 จะได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2509 ในเวลาภายหลังต่อมา อ้างว่ามิใช่บริวารจำเลย. ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 21
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 223
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน ม. 1656 แห่ง ป.พ.พ. วรรค 2 นั้นย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่ เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรู้รองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1656
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 197
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน ม. 1656 แห่ง ป.พ.พ. วรรค 2 นั้นย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่ เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรู้รองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1656
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 197
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน ม. 1656 แห่ง ป.พ.พ. วรรค 2 นั้นย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่ เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรู้รองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1656
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 197
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องขับไล่จำเลยศาลพิพากษาให้ขับไล่แล้ว ต่อมาผู้ให้เช่าช่วงไปทำสัญญายอมให้จำเลยเช่าต่อไป โดยได้รับสินจ้างและให้ถอนคดีที่จำเลยฟ้องผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงนั้นถือว่าเป็นสัญญาปราณีประนอมเมื่อผู้ให้เช่ามิได้รู้เห็นด้วยก็ไม่ผูกมัดผู้ให้เช่าฯ จึงร้องขอบังคับคดีได้ (บันทึกความจำ สัญญาเช่าระหว่างนายเกตุกับกรมการศาสนา ห้ามผู้เช่าให้เช่าช่วงและห้ามไม่ให้ปลูกสิ่งสร้างสิ่งใดสอาด)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 298
ป.พ.พ. มาตรา 349
ป.พ.พ. มาตรา 538
ป.พ.พ. มาตรา 561
ป.พ.พ. มาตรา 851
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 271
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยรับว่า"ได้รับหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือนจริงตามฟ้องโจทก์" ดังนี้เป็นการรับโดยชัดแจ้งว่า คำบอกเลิกนั้นมีผลใช้ได้ด้วย. ข้อกฏหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้. ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยรับว่า"ได้รับหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือนจริงตามฟ้องโจทก์" ดังนี้เป็นการรับโดยชัดแจ้งว่า คำบอกเลิกนั้นมีผลใช้ได้ด้วย. ข้อกฏหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้. ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลพิพากษาให้ขับไล่แล้ว ต่อมาผู้ให้เช่าช่วงไปทำสัญญายอมให้จำเลยเช่าต่อไป โดยได้รับสินจ้างและให้ถอนคดีที่จำเลยฟ้องผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงนั้นถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมเมื่อผู้ให้เช่ามิได้รู้เห็นด้วยก็ไม่ผูกมัดผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าจึงร้องขอบังคับคดีได้ (บันทึกความจำ สัญญาเช่าระหว่างนายเกตุกับกรมการศาสนาห้ามผู้เช่าให้เช่าช่วงและห้ามไม่ให้ปลูกสร้างสิ่งใด สอาด )
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 298
ป.พ.พ. มาตรา 349
ป.พ.พ. มาตรา 538
ป.พ.พ. มาตรา 561
ป.พ.พ. มาตรา 851
ป.วิ.พ. มาตรา 49
ป.วิ.พ. มาตรา 271
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา