Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑ หลักทั่วไป

ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

576 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณี ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 นั้น มิได้ห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187 และมาตรา 350 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 86 แผ่นที่ 4, ที่ 1)โจทก์ฟ้องขอ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาในประเด็นที่ว่าการที่ศาลทั้งสองศาลได้วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบของกฎหมายนั้นข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เป็นการบรรยายฟ้องและสืบพยานครบถ้วนองค์ประกอบของกฎหมายแล้วนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของโจทก์หมายเหตุ จำเลยได้รับสำ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง คดีโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และน่าจะได้ รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โดยเฉพาะคดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง อ้างเหตุผลอย่างหนึ่งแต่ศาลอุทธรณ์อ้างเหตุผล ข้อกฎหมายอีกอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน แสดงว่าศาลชั้นต้นกับ ศาลอุทธรณ์มีความเห็นไม่ตรงกันในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำส… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แม้จะเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย ก็ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองมิได้หยิบยกคำฟ้องเพิ่มเติมของโจทก์มาพิจารณาประกอบการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีจึงเป็นการมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208(2) ประกอบด้วยมาตรา 225 ซึ่งเป็นปัญห… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีโจทก์ต้องห้ามฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลยทั้งสองแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 และการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ฐานพยายามฆ่าก็มิได้เป็นการพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด คงพิพากษา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้วเห็นว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมายจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 74 แผ่นที่ 4)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นกรณีฎีกาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมิใช่ในชั้นพิจารณา จึงจะนำบทบัญญัติมาตรา 221 มาใช้บังคับมิได้ และมาตรา 220 ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 83,78)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับ เป็นฎีกาโจทก์เห็นว่า การวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 133)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(1),83,84,362,365(2),36… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
เรื่องขอให้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีในคดีอาญา ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงความว่า คดีนี้โจทก์ (ผู้ร้อง) ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งรับฎีกา จำเลยที่ 2 เห็นว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่รับฎีกาของโจทก์และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ (ผู้ร้อง) ด้วยหมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากนางบุญมี ศุขมาลัย โดยพันจ่าเอกหญิงเบ็ญจภรณ์ เที่ยงดี ร้องขอเป็นผู้แทนเฉพาะคดีเป็… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กรณีต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ห้ามคู่ความฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง และประเด็นแห่งคดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาก็คือโจทก์ทั้งสองในคดีนี้ เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง หรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนี้สมควร ได้รับการ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าคำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ และเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ในการพิจารณาคดีต่อศาล ขอให้มาลงโทษจำเลยตามประมวลก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
การขอขยายระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. หรือตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือตามกฎหมายอื่นให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษโจทก์ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 19 สิงหาคม 2534 แต่ไม่ทำฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีอนุญาตให้ฎีกาจนเวลาล่วงเลยไปถึงวันที่ 17 กันยายน 2534 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันจะครบกำหนดยื่นฎีกากลับมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาอ้างว่าผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นย้ายไปรับราชการศาลอื่น ทั้งที่ปรากฏว่าผู้พิพากษาที… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 216 ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.วิ.อ. มาตรา 221
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้