มาตรา 224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรตรวจสำนวนเพื่อสั่งคำร้องเรื่องนั้น ก็ให้สั่งศาลชั้นต้นส่งมาให้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
207 คดี
จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา ในวันนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ดังนี้ เมื่อเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 122
ป.วิ.อ. มาตรา 224
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ในคดีล้มละลายที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยืนยันและเรียกให้ชำระหนี้นั้น ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ หากหนี้ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทมีจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท ย่อมต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 153 การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและถือไม่ได้ว่าเป็นข้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ป.วิ.อ. มาตรา 249
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 153
โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านของโจทก์ โจทก์ห้ามปรามแล้วไม่ยอมเชื่อ ฟัง กลับร่วมกันตีไม้สำหรับทำนั่งร้านเพื่อทำงานของตน คร่อมเข้าไปในบริเวณหลังคาบ้านโจทก์โดยโจทก์มิได้บรรยายว่าเป็นการเข้าไปเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นหรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข อันเป็นองค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานบุกรุกในข้อสาระสำคัญตาม ป.อ.มาตรา 362 ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 158(…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 358
ป.อ. มาตรา 362
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 224
โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านของโจทก์ โจทก์ห้ามปรามแล้วไม่ยอมเชื่อ ฟัง กลับร่วมกันตีไม้สำหรับทำนั่งร้านเพื่อทำงานของตน คร่อมเข้าไปในบริเวณหลังคาบ้านโจทก์โดยโจทก์มิได้บรรยายว่าเป็นการเข้าไปเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นหรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข อันเป็นองค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานบุกรุกในข้อสาระสำคัญตาม ป.อ.มาตรา 362 ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 158(…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 358
ป.อ. มาตรา 362
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 224
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยเคยยื่นฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายแล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและต่อมาขอถอนอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แล้วจำเลยยื่นฎีกาฉบับใหม่ภายในกำหนดอายุความฎีกาอีก ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อที่เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ฎีกาของจำเลยข้อนี้จำเลยได้ยกขึ้นฎีกาในฎีกาฉบับก่อน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาดังกล่าว และ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยเคยยื่นฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายแล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและต่อมาขอถอนอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แล้วจำเลยยื่นฎีกาฉบับใหม่ภายในกำหนดอายุความฎีกาอีก ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อที่เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ฎีกาของจำเลยข้อนี้จำเลยได้ยกขึ้นฎีกาในฎีกาฉบับก่อน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาดังกล่าว และ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
การที่ศาลอุทธรณ์ยกเอาคำให้การของจำเลยด้วยกันมาฟังลงโทษจำเลยอีกคนหนึ่ง เท่ากับโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน ทั้งคำให้การดังกล่าวก็ไม่มีพยานอื่นสนับสนุนและกระทำลับหลังจำเลย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ซ้ำกับฎีกาข้ออื่นที่ศาลชั้นต้น สั่งรับไว้แล้ว จึงไม่รับฎีกาจำเลยข้อนี้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องที่ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา มิใช่เป็นคำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 หรือมาตรา 224มาปรับวินิจฉัยให้ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 224
จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาไม่เป็นสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับรองให้ฎีกา หากจำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ต้องฎีกา เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 224
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
เมื่อขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลแล้วคดีย่อมถึงที่สุดและออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยกล่าวอ้างเพียงว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรจะเป็นผู้วินิจฉัย ซึ่งจำเลยจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสนอให้ผู้พิพากษารับรองและอนุญาตให้ฎีกาเท่านั้นไม่ได้คัดค้านว่าศาลชั้นต้นสั่งผิดหรือฎีกาของจำเลยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบและไม่มีเหตุที่จะให้รับฎีกาของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา224
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
จำเลยฎีกาเพียงว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีควรกำหนดโทษจำเลยให้เบาลงและควรรอการลงโทษจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโดยเหตุว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว โดยอ้างว่าศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการพกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของจำเลยเพราะมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์จำเลยจึงไม่มีความผิด ซึ่งข้อที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานี้เป็นข้อที่จำเลยมิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในวันที่ 8 ธันวาคม2525. ซึ่งเป็นวันที่จำเลยยื่นฎีกาตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า 'รอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว'ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันนั้นเอง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2526 พ้นกำหนดสิบห้าวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224จึงต้องห้าม
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและขอให้ศาลฎีการับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงไม่อาจทำได้ เพราะการจะรับฎีกาหรือไม่เป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จำเลยจึงจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 223
ป.วิ.อ. มาตรา 224
จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2525 โดยมีคำรับรองไว้ในท้ายฎีกาว่าจำเลยรอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในวันเดียวกันนั้นเอง ต้องถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันที่2 กันยายน 2525 นั้นแล้ว การที่ทนายจำเลยมาเซ็นรับทราบคำสั่งไม่รับฎีกาในวันที่ 23 กันยายน 2525 อีกนั้นไม่ทำให้ลบล้างผลของการทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 2 กันยายน2525 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2525 ซ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 224
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา