มาตรา 2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ หลักทั่วไป
(๑) “ศาล” หมายความถึงศาลยุติธรรมหรือผู้พิพากษา ซึ่งมีอำนาจทำการอันเกี่ยวกับคดีอาญา
(๒) “ผู้ต้องหา” หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล
(๓) “จำเลย” หมายความถึงบุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด
(๔) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๔, ๕ และ ๖
(๕) “พนักงานอัยการ” หมายความถึงเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ทั้งนี้ จะเป็นข้าราชการในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงานอื่นผู้มีอำนาจเช่นนั้นก็ได้
(๖) “พนักงานสอบสวน” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน
(๗) “คำร้องทุกข์” หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ
(๘) “คำกล่าวโทษ” หมายความถึงการที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีบุคคลรู้ตัวหรือไม่ก็ดี ได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งขึ้น
(๙) “หมายอาญา” หมายความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ขัง จำคุก หรือปล่อยผู้ต้องหา จำเลย หรือนักโทษหรือให้ทำการค้น รวมทั้งสำเนาหมายจับหรือหมายค้นอันได้รับรองว่าถูกต้อง และคำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหมายจับหรือหมายค้นแล้ว ตลอดจนสำเนาหมายจับหรือหมายค้นที่ได้ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗
(๑๐) “การสืบสวน” หมายความถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด
(๑๑) “การสอบสวน” หมายความถึงการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ
(๑๒) “การไต่สวนมูลฟ้อง” หมายความถึงกระบวนไต่สวนของศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยต้องหา
(๑๓) “ที่รโหฐาน” หมายความถึงที่ต่าง ๆ ซึ่งมิใช่ที่สาธารณสถานดังบัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา
(๑๔) “โจทก์” หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาลหรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน
(๑๕) “คู่ความ” หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง
(๑๖) “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รวมทั้งพัศดี เจ้าพนักงานกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า พนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าพนักงานอื่น ๆ ในเมื่อทำการอันเกี่ยวกับการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจับกุมหรือปราบปราม
(๑๗) “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่” หมายความถึงเจ้าพนักงานดังต่อไปนี้
(ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
(ฆ) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ง) อธิบดีกรมการปกครอง
(จ) รองอธิบดีกรมการปกครอง
(ฉ) ผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง
(ช) หัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานในกองการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง
(ซ) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง
(ฌ) ผู้ว่าราชการจังหวัด
(ญ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด
(ฎ) ปลัดจังหวัด
(ฏ) นายอำเภอ
(ฐ) ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
(ฑ) อธิบดีกรมตำรวจ
(ฒ) รองอธิบดีกรมตำรวจ
(ณ) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
(ด) ผู้บัญชาการตำรวจ
(ต) รองผู้บัญชาการตำรวจ
(ถ) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ
(ท) ผู้บังคับการตำรวจ
(ธ) รองผู้บังคับการตำรวจ
(น) หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด
(บ) รองหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด
(ป) ผู้กำกับการตำรวจ
(ผ) ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเขต
(ฝ) รองผู้กำกับการตำรวจ
(พ) รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเขต
(ฟ) สารวัตรใหญ่ตำรวจ
(ภ) สารวัตรตำรวจ
(ม) ผู้บังคับกองตำรวจ
(ย) หัวหน้าสถานีตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
(ร) หัวหน้ากิ่งสถานีตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
ทั้งนี้ หมายความรวมถึงผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว แต่ผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานใน (ม) (ย) และ (ร) ต้องมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปด้วย
(๑๘) “สิ่งของ” หมายความถึงสังหาริมทรัพย์ใดซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีอาญาได้ ให้รวมทั้งจดหมาย โทรเลขและเอกสารอย่างอื่น ๆ
(๑๙) “ถ้อยคำสำนวน” หมายความถึงหนังสือใดที่ศาลจดเป็นหลักฐานแห่งรายละเอียดทั้งหลายในการดำเนินคดีอาญาในศาลนั้น
(๒๐) “บันทึก” หมายความถึงหนังสือใดที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจดไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนความผิดอาญา รวมทั้งบันทึกคำร้องทุกข์และคำกล่าวโทษด้วย
(๒๑) “ควบคุม” หมายความถึงการคุมหรือกักขังผู้ถูกจับโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในระหว่างสืบสวนและสอบสวน
(๒๒) “ขัง” หมายความถึงการกักขังจำเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,018 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดอาญา ซึ่งตนไปนอกเขตต์ที่ตนประจำการอยู่ได้และเมื่อเรียกสินบนจากผู้กระทำผิดนั้น ก็ต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกสินบน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 84
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 138
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดอาญา ซึ่งตนไปนอกเขตต์ที่ตนประจำการอยู่ได้และเมื่อเรียกสินบนจากผู้กระทำผิดนั้น ก็ต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกสินบน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 84
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 138
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การสแดงความอาคาตมาดร้ายตามมาตรา 30 จะต้องเปนเรื่องสแดงอาคาตจะก่อการร้ายอันเปนผิดทางอาญา กำนันทำรายงานเรื่องผู้ต้องหา+ นอพนักงานสอบสวนระบุชื่อผู้ต้องหา เมื่อเสนอไปแล้วพายหลังแก้ชื่อผู้ต้องหา ถ้าหากแก้เพื่อไห้เข้าใจว่า + รายงานไว้แต่เดิมก็อาดมีผิดถานปลอมหนังสือ การแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนเหตุไห้ + ถูกจับกุมจะเปนผิดตามมาตา 270 หรือไม่น้น ถ้าเปนการนีที่เจ้าพนักงานจะต้องรีบจับทันทีไม่มีเวลาสืบสวนหรือสอบสวน ผู้แจ้งก็ไม่มีความผิด สแดงคนสนิชชิดชอบกับเจ้าพนั…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 30
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 154
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 225
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 270
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 28
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การสแดงความอาคาตมาดร้ายตามมาตรา 30 จะต้องเปนเรื่องสแดงอาคาตจะก่อการร้ายอันเปนผิดทางอาญา กำนันทำรายงานเรื่องผู้ต้องหา+ นอพนักงานสอบสวนระบุชื่อผู้ต้องหา เมื่อเสนอไปแล้วพายหลังแก้ชื่อผู้ต้องหา ถ้าหากแก้เพื่อไห้เข้าใจว่า + รายงานไว้แต่เดิมก็อาดมีผิดถานปลอมหนังสือ การแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนเหตุไห้ + ถูกจับกุมจะเปนผิดตามมาตา 270 หรือไม่น้น ถ้าเปนการนีที่เจ้าพนักงานจะต้องรีบจับทันทีไม่มีเวลาสืบสวนหรือสอบสวน ผู้แจ้งก็ไม่มีความผิด สแดงคนสนิชชิดชอบกับเจ้าพนั…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 30
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 154
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 225
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 270
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 28
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 163/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ที่ป่าซึ่งมีผู้ถางแล้วล้อมรั้วปลูกพริกไว้ ตามกดหมายถือว่าที่นั้นเปนที่ไร่ตามความไนกดหมายอาญามาตรา 340(1) พรีติการรน์ที่ถือว่าปล่อยกะบือเข้าเรือกสวนไร่นาผู้อื่น
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 340
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.วิ.อ. มาตรา 2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พยานโจทก์ปากหนึ่งแม้ไม่ได้ให้การในชั้นสอบสวนไว้ ก็รับฟังเป็นพยานชั้นพิจารณาได้แม้เจ้าพนักงานจะปฏิบัติเกี่ยวกับพยานวัตถุของกลางไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ แต่เมื่อศาลได้ฟังข้อเท็จจริงถึงปริมาณของกลางตามคำพยานบุคคลเสียแล้ว ย่อมไม่เป็นเหตุให้ศาลชี้ขาดข้อเท็จจริงในเรื่องจำนวนของกลางที่ฟังมาเป็นอย่างอื่นไปได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 มาตรา 53
พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2481 มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 120
ป.วิ.อ. มาตรา 140
ป.วิ.อ. มาตรา 242
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พยานโจทก์ปากหนึ่งแม้ไม่ได้ให้การในชั้นสอบสวนไว้ ก็รับฟังเป็นพยานชั้นพิจารณาได้แม้เจ้าพนักงานจะปฏิบัติเกี่ยวกับพยานวัตถุของกลางไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ แต่เมื่อศาลได้ฟังข้อเท็จจริงถึงปริมาณของกลางตามคำพยานบุคคลเสียแล้ว ย่อมไม่เป็นเหตุให้ศาลชี้ขาดข้อเท็จจริงในเรื่องจำนวนของกลางที่ฟังมาเป็นอย่างอื่นไปได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 มาตรา 53
พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2481 มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 120
ป.วิ.อ. มาตรา 140
ป.วิ.อ. มาตรา 242
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พนักงานสอบสวนมีอำนาดยึด++เรือยนต์เพื่อการสอบสวน++ที่หาว่าคนเรือทำผิดกดหมาย+ได้ ถ้าไม่เปนการเกินสมควนและ+โดยสุจริตแล้วไม่เปนละเมิด ไบอนุญาตเรือยนต์ที่พนักงานสอบสวนยึดไว้ ย่อมเปนพยานหลักถานตามความหมายของ ม. 131 ประมวนวิธีพิจารนาความอาญา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 131
ป.วิ.อ. มาตรา 132
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พนักงานสอบสวนมีอำนาดยึด++เรือยนต์เพื่อการสอบสวน++ที่หาว่าคนเรือทำผิดกดหมาย+ได้ ถ้าไม่เปนการเกินสมควนและ+โดยสุจริตแล้วไม่เปนละเมิด ไบอนุญาตเรือยนต์ที่พนักงานสอบสวนยึดไว้ ย่อมเปนพยานหลักถานตามความหมายของ ม. 131 ประมวนวิธีพิจารนาความอาญา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 131
ป.วิ.อ. มาตรา 132
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 825/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เหตุเกิดที่อำเพอกันตัง ซึ่งหยู่ไนเขตจังหวัดตรัง ผู้บังคับกองตำหรวดจังหวัดตรังมีอำนาดทำการสอบสวนคดีเรื่องนี้ได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 18
ป.วิ.อ. มาตรา 2
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 825/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เหตุเกิดที่อำเพอกันตัง ซึ่งหยู่ไนเขตจังหวัดตรัง ผู้บังคับกองตำหรวดจังหวัดตรังมีอำนาดทำการสอบสวนคดีเรื่องนี้ได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 18
ป.วิ.อ. มาตรา 2
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ขับรถรางโดยประมาทย่อมเปนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกและอัยการมีอำนาดนำคดีฟ้องต่อสาลได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 2
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 66
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ขับรถรางโดยประมาทย่อมเปนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกและอัยการมีอำนาดนำคดีฟ้องต่อสาลได้.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 2
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 66
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เติมข้อความลงในใบอนุญาตทำไม้ซึ่งอำเภอออกให้แล้วนำมาอ้างเป็นพยานในคดีแพ่งซึ่งตนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย หากการเติมข้อความไม่ทำให้เสียหายแก่คดีของโจทก์ซึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้นอย่างไรแล้วโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือเพราะไม่เป็นผู้เสียหายตามวิธีพิจารณาความอาญา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 224
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 28
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เติมข้อความลงในใบอนุญาตทำไม้ซึ่งอำเภอออกให้แล้วนำมาอ้างเป็นพยานในคดีแพ่งซึ่งตนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย หากการเติมข้อความไม่ทำให้เสียหายแก่คดีของโจทก์ซึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้นอย่างไรแล้วโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือเพราะไม่เป็นผู้เสียหายตามวิธีพิจารณาความอาญา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 224
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 28
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา