มาตรา 1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ลักษณะ ๓ ครอบครอง
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
485 คดี
ยกที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญมอบการครอบครองให้แล้วผู้รับย่อมได้สิทธิครอบครองโดยมิต้องทำหนังสือและจดทะเบียนการให้เมื่อมีผู้บุกรุกรบกวน ผู้รับย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.พ.พ. มาตรา 521
ป.พ.พ. มาตรา 1299
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1378
+1
ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกจากที่ดินพิพาทเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี นับแต่ที่ถูกแย่งการครอบครอง คดีของโจทก์ย่อมขาดอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรค 2
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1375
เมื่อที่พิพาทไม่ใช่ที่บ้าน ที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ และโจทก์โก่นสร้างที่พิพาทหลังจากที่ ป.พ.พ.บรรพ 4 ประกาศใช้แล้วคดีต้องบังคับตาม ป.พ.พ.บรรพ 4 หากปรากฎว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ผู้ยึดถือก็มีแต่สิทธิครอบครองเมื่อถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองก็ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้นภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1367,1375 มิฉะนั้นหมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกที่พิพาทคืนตาม มาตรา 1375
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1375
เมื่อที่พิพาทไม่ใช่ที่บ้าน ที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ และโจทก์โก่นสร้างที่พิพาทหลังจากที่ ป.พ.พ.บรรพ 4 ประกาศใช้แล้วคดีต้องบังคับตาม ป.พ.พ.บรรพ 4 หากปรากฎว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ผู้ยึดถือก็มีแต่สิทธิครอบครองเมื่อถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองก็ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้นภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1367,1375 มิฉะนั้นหมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกที่พิพาทคืนตาม มาตรา 1375
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1375
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2500
พ.ศ. 2500
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ได้ความว่าจำเลยได้ทำรั้วและปลูกห้องแถวลงในที่พิพาทตั้ง 3 ปีก่อนถูกฟ้อง ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ายังมิได้มีหนังสือสำคัญซึ่งโจทก์มีสิทธิจะกล่าวอ้างได้ก็แต่เพียงสิทธิครอบครองประการเดียวเท่านั้น โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องงดและระวังรักษาสิทธิดังกล่าวไว้หาใช่มีแล้วก็ปล่อยปละละเลยไม่ต้องนำพาเสียเลย การที่โจทก์อ้างว่าตัวโจทก์อยู่ไกลไม่มีทางรู้ถือได้ว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่นำพาได้แล้วเพราะ ป.พ.พ. ม.1375 บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองต้อ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1375
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2500
พ.ศ. 2500
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ได้ความว่าจำเลยได้ทำรั้วและปลูกห้องแถวลงในที่พิพาทตั้ง 3 ปีก่อนถูกฟ้อง ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ายังมิได้มีหนังสือสำคัญซึ่งโจทก์มีสิทธิจะกล่าวอ้างได้ก็แต่เพียงสิทธิครอบครองประการเดียวเท่านั้น โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องงดและระวังรักษาสิทธิดังกล่าวไว้หาใช่มีแล้วก็ปล่อยปละละเลยไม่ต้องนำพาเสียเลย การที่โจทก์อ้างว่าตัวโจทก์อยู่ไกลไม่มีทางรู้ถือได้ว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่นำพาได้แล้วเพราะ ป.พ.พ. ม.1375 บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองต้อ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ที่พิพาทแม้โจทก์จะได้เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุกมาแล้ว และในดคีอาญานั้นแม้ศาลจะได้พิจารณายกฟ้องโจทก์เพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดทางอาญาโดยมิได้กล่าวถึงสิทธิในทางแพ่งแต่อย่างใด ต่อมาโจทก์จึงฟ้องคดีแพ่งขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ดังนี้การที่จะวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือจำเลยต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 47 เมื่อที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ที่พิพาทแม้โจทก์จะได้เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุกมาแล้ว และในดคีอาญานั้นแม้ศาลจะได้พิจารณายกฟ้องโจทก์เพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดทางอาญาโดยมิได้กล่าวถึงสิทธิในทางแพ่งแต่อย่างใด ต่อมาโจทก์จึงฟ้องคดีแพ่งขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ดังนี้การที่จะวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือจำเลยต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 47 เมื่อที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ป.พ.พ. มาตรา 1375
เมื่อจำเลยไม่ได้ครอบครองที่พิพาทโดยอำนาจปรปักษ์จำเลยจะอ้างอายุความ 1 ปีมาใช้ยันโจทก์ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทอยู่และจำเลยที่ 1แย่งการครอบครองของโจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะได้รับตราจอง ก็หาได้สิทธิในที่ดินรายนี้ไม่การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับโอนต่อๆ มาโดยทางยกให้ ก็หาทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 ไม่ในคดีแพ่ง เมื่อไม่ได้ยกเรื่องอายุความต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ย่อมฎีกาเรื่องอายุความไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1373
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.วิ.พ. มาตรา 249
โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทอยู่และจำเลยที่ 1แย่งการครอบครองของโจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะได้รับตราจอง ก็หาได้สิทธิในที่ดินรายนี้ไม่การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับโอนต่อๆ มาโดยทางยกให้ ก็หาทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 ไม่ในคดีแพ่ง เมื่อไม่ได้ยกเรื่องอายุความต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ย่อมฎีกาเรื่องอายุความไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1373
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ที่ดินมือเปล่าแม้จะเป็นที่สวนก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทนี้ตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 แล้วก็ต้องถือว่าสิทธิในที่ดินนี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.บรรพ 4 ในลักษณะครอบครองหากถูกแบ่งการครอบครองเกิน 1 ปี แล้วย่อมหมดสิทธิตาม ป.พ.พ.ม.1375
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ที่ดินมือเปล่าแม้จะเป็นที่สวนก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทนี้ตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 แล้วก็ต้องถือว่าสิทธิในที่ดินนี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.บรรพ 4 ในลักษณะครอบครองหากถูกแบ่งการครอบครองเกิน 1 ปี แล้วย่อมหมดสิทธิตาม ป.พ.พ.ม.1375
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1374
ป.พ.พ. มาตรา 1375
โจทก์เอาที่ดินไปเป็นประกันเงินกู้ของบุตรเขย ต่อมาได้ไปขอไถ่ที่ดินคืน จำเลยผู้ให้กู้อ้างว่าเป็นที่ดินของบุตรเขยโจทก์ บุตรเขยโจทก์ได้ขายให้จำเลยแล้วเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแก่โจทก์แล้วว่าจำเลยไม่เจตนาจะยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์ต่อไป ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าโจทก์ไม่ฟ้องเสียใน 1 ปี จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1381
ป.พ.พ. มาตรา 1375
โจทก์เอาที่ดินไปเป็นประกันเงินกู้ของบุตรเขย ต่อมาได้ไปขอไถ่ที่ดินคืน จำเลยผู้ให้กู้อ้างว่าเป็นที่ดินของบุตรเขยโจทก์ บุตรเขยโจทก์ได้ขายให้จำเลยแล้วเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแก่โจทก์แล้วว่าจำเลยไม่เจตนาจะยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์ต่อไป ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าโจทก์ไม่ฟ้องเสียใน 1 ปี จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1381
ป.พ.พ. มาตรา 1375
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา