ฎีกาจำเลยว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในข้อสำคัญแห่งคดีตรงข้ามกับพยานหลักฐานในสำนวน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ในคดีฟ้องขับไล่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินและตึกแถวพิพาทที่เช่าจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา248
ฎีกาว่าศาลลงโทษจำเลยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีเนื่องจากโจทก์จำเลยตกลงกันได้และโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์แล้วมิใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และมิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิ …
คำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมชั้นฎีกาอ้างว่า ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นหาใบตอบรับไปรษณีย์ไม่พบ เหตุที่อ้างนี้ไม่ต้องตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา88 วรรคสาม และไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติม
ฎีกาของจำเลยแม้จะกล่าวในฎีกาว่าความจริงบ้านพิพาทเป็นของพี่ชายจำเลย โจทก์ไม่บรรยายฟ้องมาให้ชัดแจ้งว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะฟ้องจำเลยผิดตัวก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่จำเลยมุ่งประสงค์จะโต้เถ …
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าเป็นของจำเลย เป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาคือการแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยจะทำได้ภายในอายุของการแก้ฎีกาเท่านั้น
โจทก์ฎีกาในคดีที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงไม่มีอะไรทุเลาการบังคับ แม้จะถือว่าคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องขอให้สั่งคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาก็ตามแต่ก็ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้สั่งอายัดที่ดินทั้งสามแปลงไว้แล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีก …
จำเลยฎีการวมกันมาหลายคน จำเลยคนหนึ่งขอถอนฎีกาศาลฎีกา อนุญาตแต่ไม่คืนค่าขึ้นศาลให้ และให้จำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยผู้นั้นออกจากสารบบความ
โจทก์ยื่นฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับต่อศาลฎีกาในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายื่นยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ ย่อมไม่มีเหตุที่จะขอทุเลาการบังคับ
จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลทหาร ดังนี้ เป็นฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ไม่ใช่ฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลทหาร จึงฎีกาได้
จำเลยให้การว่า การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างตามมติคณะรัฐมนตรี และว่าการจะจ่ายค่าชดเชยเงินบำเหน็จให้โจทก์ได้หรือไม่สุดแต่ศาลจะพิพากษา ดังนี้ จำเลยจะยกเป็นประเด็นโต้เถียงในอุทธรณ์ของจำเลยว่าโจทก์ออกจากงานโดยคำสั่งของคณะรัฐมนตรีไม่ …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า คำกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยไม่เป็นความจริง จำเลยฎีกาว่า คำกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยฟังได้เป็นความจริงและเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงจึงต้องห …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า คำกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยไม่เป็นความจริงจำเลยฎีกาว่าคำกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยฟังได้เป็นความจริงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา …
ฎีกาโจทก์อ้างว่าจำเลยยื่นรายการค่าใช้จ่ายไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดเป็นการยื่นที่ไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายจึงต้องมีความผิดฐานไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายในกำหนดตามฟ้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลชั …
ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินแปลงเดียวกับสำนวนแรกและบุกรุกในวันเดียวกัน แต่สำนวนแรกโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยบุกรุกที่ดินส่วนไหน เนื้อที่เท่าไร และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด โจทก์เพิ่งมาบรรยายฟ้องในสำนวนหล …
ผู้ร้องถูกทางราชการถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ซึ่งผู้ร้องอาจได้สัญชาติไทยอีกเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและสั่งตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว และพระราชบัญญัติสัญชาติ แต่พระราชบัญญัติสัญ …
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ มีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ย่อมมิใช่คำสั่งไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 แต่เป็น คำสั่งซึ่งห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ม …
การที่โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าข้อเท็จจริงในคดีก่อนเป็นอย่างเดียวกับคดีนี้และตกลงท้ากันว่า ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชนะคดี จำเลยก็ชนะคดีทุกประเด็นนั้นเป็นเรื่องขอให้ถือเอาผลคำพิพากษาฎีกาในคดีก่อนเป็นข้อสำคัญที่จะให้โจทก์หรือจำเลยแพ้ …