โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกา ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมิใช่อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่ง …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มิได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอันจะเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยอ้างว่าศาลมิได้ยกข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนทางวินัย มาวิ …
ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ เพราะโจทก์ขาดงาน 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรและที่โจทก์อ้างว่าลากิจจำเลยก็ไม่อนุญาต และแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบแล้ว โจทก์อุทธรณ์ว่าไม่ได้ขาดงาน ไม่ทราบว่าจำเลยไม่อนุญาต และวัน …
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยโดยฟังคำพยานโจทก์พยานจำเลยประกอบเอกสาร แล้วฟังว่าโจทก์มีหน้าที่ตรวจสอบลายมือชื่อลูกค้าผู้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ว่าไม่มีหน้าที่เช่นนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน หาใช่เป็น …
ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การที่โจทก์นัดหยุดงานเนื่องจากจำเลยค้างชำระค่าจ้าง โดยมิได้แจ้งให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและจำเลยทราบล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อก …
โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมา แต่อุทธรณ์ว่าข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาถือได้ว่าจำเลยกระทำการขัดต่อกฎหมายแรงงาน และถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
โจทก์อุทธรณ์ได้รับการติดต่อให้มาร่วมกิจการวางแผนขายสถานที่ออกร้านให้จำเลย โดยจำเลยตกลงให้เงินเดือน เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างแต่เป็นผู้ขายสถานที่ออกร้านโดยมีรายได้จากการขายร้อยละ 15 จึงต้อ …
อุทธรณ์ที่ว่าคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้ลงนามในคำสั่งมิใช่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทจำเลย โจทก์ไม่ได้ยกขึ้นว่ามาในศาลแรงงานกลาง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวน.ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์
อุทธรณ์ในข้อกฎหมายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54แม้จะฟังได้ตามอุทธรณ์ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี
อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า โจทก์มีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างของโจทก์และจำเลยไม่มีอำนาจสั่งให้โจทก์ต้องจ่ายค่าเสียหายแม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ก็เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางและมิได้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชา …
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้จ้างโจทก์เลี้ยงม้าเมื่อจำเลยไม่ให้โจทก์เลี้ยงจึงเป็นการเลิกจ้างการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมิใช่เป็นผู้จ้างโจทก์เลี้ยงม้าจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ …
จำเลยจะอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางไม่ได้ ไม่ว่าจะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายก็ตาม
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฯข้อ 10 ที่กำหนดว่า ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันแล้วครบหนึ่งปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่าปีละหกวันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดล่วงหน้าให้ นั้น เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ล …
เงินทดแทนที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างมีหลักเกณฑ์แตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างจ่ายแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง แม้จำเลยจะแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินนั้นจาก …
โรงงานผลิตกล่องกระดาษของจำเลยเคยถูกไฟไหม้เสียหายนับล้านบาทจำเลยจึงมีคำสั่งห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณโรงงาน และได้วางมาตรการป้องกันเพลิงไหม้อย่างเข้มแข็ง จัดให้มีเครื่องดับเพลิงและป้ายห้ามสูบบุหรี่ทั่วบริเวณโรงงาน โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างยื …
การที่ระเบียบของจำเลยกำหนดว่า ลูกจ้างซึ่งไม่มีวันลาเกิน36 วัน มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 10 วันนั้น ใช้บังคับเฉพาะพนักงานที่มิได้ลาเกินกำหนดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้ถึง 10 วันเท่านั้น หามีผลเป็นการตัดสิทธิในการหยุดพักผ่อนประ …
แม้ศาลจะวินิจฉัยว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องโบนัสและส่วนแบ่งกำไรเมื่อถูกเลิกจ้างก็ตาม แต่เมื่อการเลิกจ้างนั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลย่อมมีอำนาจที่จะนำโบนัสและส่วนแบ่งกำไรมาเป็นเกณฑ์คำนวณค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง …
คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่รับก็ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจากจำเลย ซึ่งประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีทั้งสองเ …
การที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน 10 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือได้ว่าโจทก์ทำความเสียหายให้แก่จำเลยอยู่ในตัว จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันแทนค่าเสียหายที่โจทก์ขาดงานได้
เมื่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงาน ให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติ 8 ชั่วโมงออกไปอีก 4 ชั่วโมง โจทก์ย่อมหมดสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาสำหรับการทำงานเกินเวลาปกติดังกล่าว แต่ยังคงมีสิทธิได้รับค่าจ้า …