การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยนั้นถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์แล้วฎีกาในปัญหาที่ว่า จำเลยประมาทเลินเล่อหรือไม่และฝ่ายจำเลยเป็นฝ่ายละเมิดหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 1 ปีนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ฟ้องโจทก์ตีราคาทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นจำนวน 6,000 บาทแต่โจทก์ขอแบ่งทรัพย์พิพาทเพียงกึ่งหนึ่งโดยตีราคาเป็นจำนวน 3,000 บาท จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ควรได้รับส่วนแบ่ง ดังนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ 3,000 บาทการจะพิจารณาว่าคดีแพ่งใดต้องห้ามฎีก …
คดีทุนทรัพย์กว่า 2,000 บาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกัน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ไม่เกิน 2,000บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
ฎีกาคัดค้านข้อวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลยโดยฟังข้อเท็จจริงว่าห้องเช่าเป็นของโจทก์เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเกินคำขอของโจทก์นั้น เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความส …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยกับพวกและผู้เสียหายกับพวกได้ทำการวิวาทต่อสู้กันเป็นเหตุให้ท.ผู้เสียหายตายในที่วิวาท ดังนี้เป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึง …
ฎีกาว่าความผิดของจำเลยจะลงโทษด้วยบทมาตราใดเป็นบทที่ถูกต้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายหลังวันที่ใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2499 แล้ว จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับเมื่อคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ จึงฎีกาใ …
กรณีฟ้องจำเลยหลายคนในคดีความผิดอันยอมความกันได้และคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา เมื่อผู้เสียหายได้ยอมความกับจำเลยคนใดเสียก่อนคดีถึงที่สุด คดีสำหรับจำเลยคนนั้นเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา39(2)
คดีนี้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์จำเลยฟังวันที่ 23 มีนาคม 2499 เมื่อจำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2499 เกินกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง จึงขาดอายุความฎีกา
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ซึ่งยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นเนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณานั้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236
คำสั่งศาลอุทธรณ์ซึ่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 236
คำร้องขอแถลงการณ์ด้วยวาจาต้องขอติดมากับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 และ 205 และจะยื่นเมื่อพ้นกำหนดอายุฎีกาแล้วไม่ได้
คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังวันที่ 31 มกราคม 2499 เมื่อโจทก์ยื่นฎีกาวันที่ 1 มีนาคม2499 จึงเกินกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง คดีจึงขาดอายุความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา …
ปัญหาการที่พนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายนั้น แม้มาตรา 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะบัญญัติไว้ว่าคำพิพากษาในส่วนเรียกทรัพย์สินหรือราคาให้รวมเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาในคดีอาญาก็ดี แต่ก็เป็นการพิพากษาคดี …
การวินิจฉัยคำพยานว่าสุจริตหรือไม่และเข้าครอบครองแต่เมื่อไร เป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในข้อกำหนดโทษให้จำคุก 3 ปี เป็นการแก้น้อย ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
คดีอาญาซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาเมื่อผู้เสียหายขอถอนฟ้องแล้ว คดีในส่วนความผิดต่อส่วนตัวย่อมระงับไป ส่วนความผิดต่อแผ่นดินยังคงอยู่ซึ่งจะต้องพิจารณาต่อไป
คำร้องขอแถลงการณ์ของจำเลยแม้จะได้ยื่นในวันเดียวกันกับคำแก้ฎีกาก็ดี แต่คำแก้ฎีกาก็ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแก้ฎีกาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 และ206 ศาลฎีกาจึงไม่มีอำนาจอนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ตามคำร้องได้