เมื่อตัวการซึ่งต้องหาว่าฆ่าเขาตายศาลตัดสินว่าไม่มีผิดแล้ว ผู้ซึ่งต้องหาฐานสมรู้ก็ไม่มีผิดด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
การริบของกลางอยู่ในดุลยพินิจของศาล พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ศาลล่างทั้ง 2 ไม่ริบแหของกลางแล้วโจทก์ฎีกาไม่ได้
ที่ดิน จำนอง ดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากหนี้จำนองและคดีเกิดก่อนใช้ประมวลแพ่ง แม้จะค้างชำระมาเกิน 10 ปีก็ดี ก็เรียกได้จะยกอายุความ 10 ปีมาใช้ไม่ได้
คำรับชั้นไต่สวนฟังเปนพะยานยันจำเลยไม่ได้
ผู้เช่าใช้ของโดยชอบไม่ต้องรับผิดวิธีพิจารณาแพ่งหน้าที่นำสืบผู้ให้เช่าต้องสืบว่าผู้เช่าใช้ทรัพย์โดยมิชอบ
เสมียนตรารับเงินค่าจ้างเขียนคำร้องขออนุญาตซื้อปืน ยังไม่มีผิด
อย่างไรเรียกว่ากระทำโดยป้องกันเกินกว่าเหตุ
วิธีพิจารณาอาญา ศาลย่อมไม่ลงโทษจำเลยเกินคำขอโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเปนผู้สมรู้ในการปล้นทรัพย์ แต่ พิจารณาปรากฏว่าจำเลยเปนตัวการด้วยการลงโทษจำเลยเพียงฐานสมรู้
หุ้นส่วนร่วมทุนกันเปียหวยโดยมีการได้เสียร่วมกันนั้น เปนหุ้นส่วนล้มละลาย ม.79 ศาลล่างทั้ง 2 ตัดสินต้องกันว่าจำเลยไม่ควรล้มละลาย โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์
ที่ดินมีชื่อในโฉนดร่วมกัน จำนอง อุทลุมฟ้องขอไถ่ที่ดินที่บิดาจำนองแล้วสมยอมโอนเสีย ไม่เปนอุทลุม
หนี้สินที่เกิดขึ้นภายหลังที่หุ้นส่วนคนหนึ่งได้ตายไปแล้ว ผู้รับมฤดกของหุ้นส่วนผู้ตายไม่ต้องรับผิด ห้างหุ้นส่วนสามัญเมื่อผู้ถือหุ้นคนหนึ่งตาย ห้างสุ้นส่วนต้องเลิก ถึงแม้สัญญาว่าผู้รับมฤดกถือหุ้นต่อไป แต่ถ้าเขาไม่ยอมก็ต้องเลิก
วิธีพิจารณาอาญา ฟ้องเคลือบคลุมทำให้หลงต่อสู้
วิธีพิจารณาแพ่ง การคัดค้านว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต้องคัดค้านเสียแต่แรก จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ประมวลแพ่ง ม.797
กู้หนี้ท่านไปก่อนใช้ประมวลแพ่งฯ โดยทำเอกสารและพิมพ์ลายมือให้ไว้เป็นสำคัญ ไม่ต้องมีพะยานรับรองลายมือ สัญญากู้ก็สมบูรณ์ ประมวลแพ่งฯ บรรพ 1-2 พ.ศ. 2466 นั้นได้ยกเลิกเสียสิ้นแล้วโดยประกาศ พ.ศ.2468
วิธีพิจารณาอาญานักโทษหนีมีตรวนไปด้วยเปนหน้าที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยมีเจตนาทำให้ตรวจชำรุดจึงจะมีผิดฐาน ทำลายของหลวง
การริบของกลางอยู่ในดุลยพินิจของศาล พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ศาลล่างทั้ง 2 ไม่ริบแหของกลางแล้ว โจทก์ฎีกาไม่ได้
วิธีพิจารณาอาญาอัยยการไม่ฟ้อง พี่ชายฟ้องได้
ปลอมชื่อผู้รับเงินในใบสั่งจ่ายธนาณัติ มีผิดฐานปลอมหนังสือธรรมดาหาใช่หนังสือสำคัญในราชการไม่
วิธีพิจารณาอาญาโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.249-60 พิจารณาได้ความว่าจำเลยมีผิดฐานวิวาทกันตาม ม.258 ลงโทษได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ศาลเดิมวางบท 249-60 ลงโทษ 12 ปี ศาลอุทธรณ์แก้วางบท 258 ลงโทษ 6 เดือน เปนแก้มากฎีกาข้อเท็จจริงได้
ศาลเดิมวางบท 249 จำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยทำโดยบันดาลโทษะตาม ม.55 และ59 ให้จำคุก 3 ปี 9 เดือนเปนแก้มาก