โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาแม้จำเลยให้การรับสารภาพ หากทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตนเองศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ จำเลยไปทวงเงินที่ผู้ตายเป็นหนี้อยู่ผู้ตายกลับต่อยจำเลยและติดตามเข้ …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
มูลเหตุที่จะเกิดทำร้ายเนื่องจากจำเลยและผู้เสียหายโต้เถียงกันเรื่องปิดน้ำหัวคันนา และจำเลยใช้จอบฟันดินทำร้ายผู้เสียหายบาดแผลไม่แสดงว่าถูกคมจอบเลยแสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายและถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าก็น่าจะฟันด้วยคมจอบจำเลยมีความ …
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมมือกับพวกกระทำความผิด เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกกระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยมิได้ลงมือกระทำการปล้น จำเลยพียงรับหน้าที่คอยแจ้งสัญญานอันตรายให้พวกทราบ ซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้กา …
ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลย ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสคือแท้งลูก แม้โจทก์จะอ้างบทผิด คืออ้างประมวลกฎหมายอาญา ม. 279 ศาลก็ลงโทษตาม ม. 297 ซึ่งเป็นบทมาตราที่ถูกต้องได้ทั้งนี้ อาศัย ป.วิ.อ. มาตรา 192
ผู้เสียหายเป็นผู้ก่อเหตุก่อนโดยเอาปืนจี้และชกจำเลย จำเลยจึงเตะผู้เสียหาย 1 ทีผู้เสียหายล้มลงไม่มีบาดเจ็บการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด
จำเลยมีเจตนาจะฆ่านางเจตน์และอยู่ห่างจากนางเจตน์ 5 ฟุตจำเลยคว้าปืนบาเร็ตต้าขึ้นมากระชากลูกเลื่อนเอานิ้วมือเข้าไปในไกปืนแล้วแต่จำเลยกระชากลูกเลื่อนไม่ถึงที่ทหารเรือก็เข้าล๊อกคอจำเลยไว้และตำรวจเข้ามาแย่งปืนไปเช่นนี้จำเลยมีความผิดฐานพ …
แม้จำเลยจะคิดว่าพลตำรวจม้วนเป็นคนร้ายงัดห้องแต่จำเลยก็มิได้เจตนาจะยิงคนร้ายจำเลยเพียงแต่ยิงเพื่อขู่โดยไม่เห็นตัวและได้ยิงลงต่ำ ไม่ประสงค์ให้ถูกใครหากแต่เผอิญกระสุนไปถูกไม้คร่าวจึงแฉลบไปถูกพลตำรวจม้วนเข้าถือว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าหร …
เมื่อจำเลยทราบว่าผู้ตายทำร้ายภริยาและมารดาตนจำเลยก็ตามไปใช้มีดฟันผู้ตายในเวลาต่อเนื่องกับการกระทำของผู้ตายที่ได้ฟันหน้าภริยาและมารดาของจำเลย ซึ่งห่างจากบ้านจำเลย 3 วาเศษแต่จากนั้นระหว่างทางจำเลยทั้งสองกับพวกควบคุมผู้ตายไปเพื่อส่งต …
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยได้รับบาดเจ็บสาหัสดังปรากฏตามรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องนี้ หาได้บรรยายว่าบาดเจ็บสาหัสอย่างไรและรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องก็ไม่เข้าเกณฑ์อันตรายสาหัสตามมาตรา 297 ที่ว่ารักษาเกินกว่ายี่สิบวันดังนี้ เป็นฟ้องไม …
ผู้ตายได้มาร้องด่าท้าทาย พ่อตาจำเลยและจำเลยอยู่ที่ประตูรั้วบ้านด้วยถ้อยคำหยาบช้าต่าง ๆ แล้วจำเลยกระโจนลงจากเรือนไป เมื่อผู้ตายเข้ามาในบริเวณ บ้านเกิดต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันผู้ตายมีมีดยาวประมาณ 1 ศอกจำเลยมีหอกยาว 140 ซ.ม. …
จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายในที่สำคัญ มีดที่จำเลยใช้แทงได้ถูกลำไส้และตับภายในมีบาดแผลมากมายหลายแห่งแสดงว่าจำเลยแทงอย่างแรงมากชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตาย
ตอนกลางคืนก่อนเกิดเหตุ ยางแผ่น 4 - 5 แผ่น ของจำเลยหายไป แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย จำเลยจึงไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้านไว้ รุ่งเช้าจำเลยพบยางซ่อนอยู่ในป่าและดักซุ่มรอคอยอยู่ห่างกองยาง 10 วา นาน 3 - 4 ชั่วโมง ผู้ตายก็มาเอายางออกจากที่ซ่ …
พฤติการณ์ของผู้ตายเป็นโจรปล้นทรัพย์ทำร้ายนายเหืองจำเลยแล้วยังจะทำซ้ำอีกนายเบือง นายโหนจำเลยเข้าไปป้องกันโดยตีผู้ตายเสียก่อนเพื่อไม่ให้ผู้ตายทำร้ายนายเหืองจำเลย พรรคพวกของผู้ตาย 2 คน ยังกลับมาช่วยผู้ตายอีก ขณะนั้น เป็นเวลากลางคืน ผ …
เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯไว้เพราะได้ลงโทษในกระทงหนักแล้ว คือ ความผิดฐานพยายามฆ่าคน หากศาลฎีกาวินิจฉัยฟังว่า จำเลยไม่ต้องรับโทษฐานพยายามฆ่าคน ดังนี้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะกำหนดโทษให้จำเลยต้องรับโทษใ …
ผู้ตายกับจำเลยไม่เคยรู้จักกันมาก่อนไม่มีเหตุโกรธเคืองกัน ผู้ตายได้ลักลูกโคของจำเลยมาฆ่าและเตรียมจะหามไป จำเลย ตามมาพบเข้าจึงเกิดต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างมีมีด ในที่สุดผู้ตายก็ตาย ทำร้ายกันอย่างไรไม่ปรากฏ เช่นนี้ถือว่า เป็นเรื่องจำเลย …
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้ยิงผู้เสียหาย โดยผู้อื่นใช้ จ้าง วาน ให้ยิง ดังนี้ เป็นเพียงข้อประกอบให้รู้ ถึงสาเหตุที่ว่าจำเลยยิง ชื่อของผู้จ้างวาน และวันเดือนปีที่ใช้จ้างวาน จึงไม่ใช่ข้อสำคัญจะต้องระบุในฟ้อง ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคล …
จำเลยเป็นราษฎร ใช้มีดแทงนายผลตายโดยมีเหตุให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่า นายผลเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์นายเป จนผู้ใหญ่บ้านตีเกราะเรียกให้ราษฎรช่วยกันติดตามจับ แม้นายผลจะหนีต่อไปเพราะกลัวจะถูกจำเลยกับราษฎรทำร้าย จำเลยก็เข้าใจโดยสุจริตว่า จะ …
จำเลยต่อยหมายถูกบริเวณหน้าตาผู้เสียหาย เป็นผลให้ตาบอด เช่นนี้จำเลยย่อมมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(1)
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ทาง พิจารณาได้ความว่า บาดแผลของผู้เสียหายไม่ถึงสาหัส ศาลก็ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 390 ไม่เรียกว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
เหตุที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ซึ่งโดยสารมาในเรือ เพราะผู้เสียหายได้ถามนายท้ายเรือว่า พวกจำเลยนี้จะไปไหนกัน จำเลยกับพวกคงโกรธเพราะฤทธิ์สุราผสมด้วย จึงสมคบร่วมกันคิดทำร้ายขณะผู้เสียหายไม่ทันรู้ตัว โดยพวกของจำเลยลุกไปนั่ง …