Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

หมวด ๓ อนุญาโตตุลาการ

ถ้ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินตามข้อตกลงเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด หรือมีข้อพิพาทกันว่า ข้อตกลงนั้นได้สิ้นสุดลงตามมาตราก่อนแล้วหรือหาไม่ ข้อพิพาทนั้นให้เสนอต่อศาลที่เห็นชอบด้วยข้อตกลงดังกล่าวแล้ว

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

9 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องของโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีของโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่ว่าศาลล่างทั้งสองฟัง ข้อเท็จจริงจากเอกสารหมาย ล.1 ที่จำเลยอ้างส่งต่อศาลแล้วศาล พิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นคำสั่ง ที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเอกสาร หมาย ล.1 ที่จำเลย อ้างนั้นไม่มีลายมือชื่อของเจ้าอาวาสวัดศาลาครืนเอกสารดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับแก่พระภิกษุและสามเณร ในวัด… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาโจทก์ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ฟังได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยทั้งแปดกระทำความผิด ตามฟ้องของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7และที่ 8 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งแปดตามประมวลกฎหมายอา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 51)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,84ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยจับสุกรของโจทก์ร่วมไปโดยมีเจตนาเพื่อจะนำเงินที่ขายสุกรได้มาหักหนี้ที่โจทก์ร่วมเป็นหนี้จำเลยดังที่ได้เคยปฏิบัติต่อกันมาจำเลยไม่มีเป็นเจตนาทุจริตลักสุกรของโจทก์ร่วมดังนี้การที่โจทก์ร่วมฎีกาว่ามิได้ยินยอมให้จับสุกรสุกรยังเป็นกรรมสิทธิ์ของตนอยู่จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์และฎีกาที่หยิบยกคำพยานขึ้นกล่าวอ้างเพื่อให้ศาลฟังว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้อง… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 335 ป.วิ.พ. มาตรา 220
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าจำเลย ที่ 2ไม่ได้ร่วมกับจำเลย ที่ 1 กระทำผิดออกเช็คพิพาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนการที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลย ที่2 เป็นตัวการในการออกเช็คพิพาทเพราะจำเลย ที่ 2 เป็นผู้เขียนข้อความในเช็คพิพาทโดยคบคิดกับจำเลย ที่ 1เท่ากับเป็นการเถียงข้อเท็จจริงว่าจำเลย ที่ 2ได้ร่วมกับจำเลย ที่ 1 กระทำผิดออกเช็คพิพาทให้โจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าวันที่ที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขัดแย้งไม่ตรงตามพยานเอกสาร เป็นการวินิจฉัยที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ผู้ชนะคดีแรก เพียงแต่ขอหมายบังคับคดีไว้เฉยๆ 5-6ปี มิได้นำยึดเพื่อบังคับให้เป็นผลตามคำพิพากษาต่อมาโจทก์ผู้ชนะคดีหลังได้บังคับคดีเอากับจำเลยแม้ผู้ชนะคดีแรกจะโต้แย้งสิทธิขึ้นมา โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้ อ่านฉบับเต็ม
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองคนมีความผิด 2 กะทง ๆ หนึ่งฐานข่มขืนกระทำชำเรา และอีกกะทงหนึ่งฐานชิงทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.243,299,63,71 โดยจำคุกฐานข่มขืนคนละ 1ปี ฐานชิงทรัพย์คนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้คนละ 4 ปี ส่วนโทษฐานชิงทรัพย์คงวางโทษอย่างเดิมรวมโทษ 2 กะทงเป็นจำคุก คนละ 8 ปี เช่นนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ฎีกาในข้อเท็จจริงฐานข่มขืนกระทำชำเราได้ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองคนมีความผิด 2 กะทง ๆ หนึ่งฐานข่มขืนกระทำชำเรา และอีกกะทงหนึ่งฐานชิงทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.243,299,63,71 โดยจำคุกฐานข่มขืนคนละ 1ปี ฐานชิงทรัพย์คนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้คนละ 4 ปี ส่วนโทษฐานชิงทรัพย์คงวางโทษอย่างเดิมรวมโทษ 2 กะทงเป็นจำคุก คนละ 8 ปี เช่นนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ฎีกาในข้อเท็จจริงฐานข่มขืนกระทำชำเราได้ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 220
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้