มาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๒ ฎีกา
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา
มาตรานี้อ้างถึง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,454 คดี
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท และเป็น ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ในการรับมรดกคือที่ดินพิพาท และในประเด็นที่ว่าจำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีทั้งห้าสำนวนเป็นคดีขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินจำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อคำนวณราคาที่ดินแต่ละสำนวนไม่เกินกว่าสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่แก้ไขใหม่ ซึ่งมีผลใช้บังคับก่อนเวลาที่โจทก์ฎีกาและที่โจทก์ฎีกาว่าที่พิพาทไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่เป็นของโจทก์นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และมีข้อพิพาทอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง 5,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 298 ที่แก้ไขใหม่ ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง หรือไม่ จำเลยครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองหรือครอบครอง แทนโจทก์ และคดีโจทก์…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาต้องกระทำภายในระยะเวลาฎีกา สำหรับคดีนี้ระยะเวลาฎีกาถึงภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2535 เป็นอย่างช้าแต่โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าววันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 ดังนี้ เกินกำหนด อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่อาจ อนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ จึงให้ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อ 3 และ 4 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายนอกนั้นเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์ข้อ 5 ที่ว่า โจทก์เสียหาย หรือไม่เพียงใดนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ข้อ 5 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความ แทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2(2)-(5) เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาในข้อ 2(2)-(5) ส่วนข้อ 2(1)(6) เป็นฎีกาข้อกฎหมาย รับเป็นฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อ 2(1)(6)โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 2(4) เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ได้นำเอกสารหมาย จ.2 มาประกอบ การวินิจฉัยในการตีความเจตนาของโจทก์ในการทำเอกสารหมาย ล.1 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ยกเว้น ฎีกาตั้งแต่แผ่นที่ 6 บรรทัดที่ 6 เป็นข้อกฎหมาย ฎีกาได้ จึงรับฎีกาเฉพาะในส่วนนี้ นอกนั้นไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ ยังมิได้วินิจฉัยถึงและยังไม่ถึงที่สุด ฎีกาของโจทก์ในส่วน ดังกล่าวจึงไม่ต้องห้าม และคดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้อง ทุกข์อันไม่อาจ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเฉพาะฎีกาปัญหาฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาว่า โจทก์ผู้ทรงเช็คพิพาทได้รับเช็คมาด้วยคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่และข้อ 4 เป็นปัญหาว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีอาญาและคดีแพ่งเรื่องเช็คฉบับเดียวกันขัดกันเอง เป็นปัญหาที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ได้กล่าวอ้างว่า การที่จำเลยนำสืบว่า นางอนงค์ เป็นผู้กู้เงินโจทก์โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ให้โจทก์แทน นั้น ขัดกับคำให้การ ต่อสู้คดีของจำเลยที่ว่าสัญญากู้ปลอมที่โจทก์กับนางอนงค์ สมคบกันทำขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จะรับฟังพยานของจำเลย ได้หรือไม่ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่จำ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาหรือราคาทรัพย์สินไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาจำเลยล้วนเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมายดังกล่าวจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยได้ ขายที่ดินให้แก่โจทก์หรือไม่และการที่จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โดยเปิดเผยและโดยสุจริ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยทั้งห้าเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 4 ที่ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทมากว่า 40 ปี ย่อมได้ข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า จำเลยยึดถือเพื่อตนและครอบครองโดยสุจริตและโจทก์ไม่สามารถนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานของ กฎหมายได้ จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ข้อ 5 ที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และข้อ 5.2 ที่ว่า การที่ศาลกำหนด ประเด็นแล้ววินิจฉัยว่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้มีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการขอให้รับรองฎีกาจะต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลาให้ยื่นฎีกา สำหรับ คดีนี้ปรากฎว่า มีระยะเวลาให้ยื่นฎีกาได้อย่างช้าวันที่8 ตุลาคม 2535 แต่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องให้รับรอง ฎีกาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2535 ดังนี้ เกินกำหนดระยะเวลา ให้ยื่นฎีกาแล้ว จึงไม่อาจจะรับรองฎีกา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 230
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วจำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาตามข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟัง จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์คดีมีไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า ปัญหาของการวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องหนังสือสัญญาว่าเป็นหนังสือสัญญาตามกฎหมายหรือเป็นเอกสารธรรมดาไม่มีผลตามกฎหมาย เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย โปรดม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าราคาทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้คือ 150,000 บาท ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งปรากฏจาก พยานหลักฐานโจทก์จำเลยว่ามีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเมื่อจำเลยทั้งสองยื่นฎีกานี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลย โต้เถีย…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา