Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56120)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าราคาทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้คือ 150,000 บาท ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งปรากฏจาก พยานหลักฐานโจทก์จำเลยว่ามีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเมื่อจำเลยทั้งสองยื่นฎีกานี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลย โต้เถียงกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งราคาที่ดินพิพาท ในขณะยื่นฎีกาเป็นเงินประมาณ 1,000,000 บาท ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ให้ถือเอาราคาทรัพย์สินในขณะยื่นฎีกามิใช่ ขณะยื่นคำฟ้อง คดีนี้จึงมีทุนทรัพย์เกินกว่าสองแสนบาทจึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 114)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 103)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 106)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับที่ 12 พ.ศ. 2534 มาตรา 18 นั้น หมายความถึงราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่คู่ความฝ่ายที่ฎีกาซึ่งแพ้คดีหรือชนะคดีแต่เพียง บางส่วนในชั้นอุทธรณ์ ได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่าย ชนะคดีทั้งหมดหรือชนะคดีเพิ่มเติมจากที่ชนะคดีมาแล้ว บางส่วนให้เต็มตามราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทอันกำหนดมาแต่ศาลชั้นต้น ดังนั้นในคดีนี้ ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นซึ่งกำหนดไว้ 150,000 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองแพ้คดี ในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่าย ชนะคดี ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงต้องถือ ตามราคาทรัพย์สินที่กำหนดมาในศาลชั้นต้นคือ 150,000 บาท หาใช่ถือตามราคาที่จำเลยทั้งสอง กำหนดขึ้นมาใหม่ซึ่งเกินกว่าราคาที่กำหนดมาใน ศาลชั้นต้นไม่ เมื่อคดีนี้ราคาทรัพย์สินพิพาทไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 148/2536นายเปลี่ยน รัตนะโจทก์นางแฉล้ม ประเทืองชัยศรี กับพวกจำเลยนางแฉล้ม ประเทืองชัยศรี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสุเวช ประเทืองชัยศรี ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าราคาทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้คือ 150,000 บาท ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งปรากฏจาก พยานหลักฐานโจทก์จำเลยว่ามีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเมื่อจำเลยทั้งสองยื่นฎีกานี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลย โต้เถียงกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งราคาที่ดินพิพาท ในขณะยื่นฎีกาเป็นเงินประมาณ 1,000,000 บาท ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ให้ถือเอาราคาทรัพย์สินในขณะยื่นฎีกามิใช่ ขณะยื่นคำฟ้อง คดีนี้จึงมีทุนทรัพย์เกินกว่าสองแสนบาทจึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 114)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 103)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 106)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับที่ 12 พ.ศ. 2534 มาตรา 18 นั้น หมายความถึงราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่คู่ความฝ่ายที่ฎีกาซึ่งแพ้คดีหรือชนะคดีแต่เพียง บางส่วนในชั้นอุทธรณ์ ได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่าย ชนะคดีทั้งหมดหรือชนะคดีเพิ่มเติมจากที่ชนะคดีมาแล้ว บางส่วนให้เต็มตามราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทอันกำหนดมาแต่ศาลชั้นต้น

ดังนั้นในคดีนี้ ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นซึ่งกำหนดไว้ 150,000 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองแพ้คดี ในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่าย ชนะคดี ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงต้องถือ ตามราคาทรัพย์สินที่กำหนดมาในศาลชั้นต้นคือ 150,000 บาท หาใช่ถือตามราคาที่จำเลยทั้งสอง กำหนดขึ้นมาใหม่ซึ่งเกินกว่าราคาที่กำหนดมาใน ศาลชั้นต้นไม่ เมื่อคดีนี้ราคาทรัพย์สินพิพาทไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้