Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ลักษณะ ๒ ฎีกา

ให้ศาลฎีกาพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา ๒๔๗ ได้ เมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย
ปัญหาสำคัญตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ปัญหาที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา
(๓) คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งยังไม่มีแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน
(๔) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่น
(๕) เพื่อเป็นการพัฒนาการตีความกฎหมาย
(๖) ปัญหาสำคัญอื่นตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามวรรคสอง (๖) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

มาตรานี้อ้างถึง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

2,537 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ฎีกาที่ว่า ข้อความที่ลงพิมพ์โฆษณาว่าโจทก์ยัดเยียดกัญชาให้ผู้ต้องหาเป็นความจริงนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาที่ว่า การรับฟังเอกสารซึ่งเป็นเท็จมาลงโทษจำเลยที่ 3 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฎีกาดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาที่ว่า จำเลยที่สามไม่ได้ร่วมกระทำผิดนั้นปัญหาดังกล่าวจำเลยที่สามไม่ได้อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่สามไม่มีสิทธิฎีกา อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 218 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิ์เรียกเงินคืนจากจำเลย แม้ว่าโจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการมอบเงินให้จำเลยไปเป็นการกู้ยืมหรือไม่ก็ถือได้ว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย เพราะถึงจะเป็นการกู้ยืมโจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืน อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่า นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบตามคำสั่งที่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้โจทก์ออกจากราชการเพราะเป็นคำสั่งที่ออกโดยใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ส่วนปัญหาที่ว่าคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากราชการขัดกับเสรีภาพของโจทก์ตามรัฐธรรมนูญนั้น ปัญหาสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ว่าคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการป… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
จำเลยฎีกาคลุมๆ ว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งไม่ต้องห้ามในอันที่ศาลอุทธรณ์จะพึงวินิจฉัยแต่หาได้กล่าวโดยชัดแจ้งไม่ว่าเหตุใดจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
กรณีที่จะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ข้อกฎหมายนั้นจะต้องมีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยและจำเลยได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 182 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ให้จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3. สำหรับจำเลยที่ 1 พิพากษายืน ที่จำเลยที่1 ฎีกาว่าไม่มีพยานโจทก์รู้เห็นรวมทั้งพฤติการณ์ไม่พอเพียงที่จะฟังได้ว่าการกระทำครบองค์ประกอบความผิด เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218ส่วนข้อที่ว่าสิบตำรวจตรีบุญถันชูจินดาไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิร้องทุกข์ เมื่อคดี… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 218 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุว่าจำเลยไม่มีเจตนาเอาความเท็จมาฟ้องโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186เพราะมิได้วินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่แล้วจึงวินิจฉัยถึงเจตนาของจำเลย จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้วว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์เป็นหญิงมีสามีแต่มิได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสามีโจทก์ได้ลงชื่อเป็นพยานในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีที่ศาลฎีกาจะรับไว้วินิจฉัย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องก็จะฟังเลยไปว่าจำเลยได้กระทำโดยเจตนาไม่ได้เป็นข้อกฎหมายซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาก็เป็นประโยชน์แก่จำเลย จึงถือได้ว่าเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเลยต่อสู้ว่ากรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เป็นของบุคคลอื่นไม่ถือว่าเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ขับไล่จำเลยและค่าเสียหายที่โจทก์ขอมาไม่เกินเดือนละห้าพันบาท ซึ่งพอจะเทียบกับค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องได้ไม่เกินเดือน 5,000 บาท คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและได้ความตามไต่สวนว่าจำเลยยากจนจริง เมื่อคดีต้องห้ามฎีกาในปัญ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
ข้อที่ว่า โจทก์มาศาลเวลา 8.45 น. ช้ากว่ากำหนดเวลาราชการกำหนดเพียงเล็กน้อย ไม่น่าเป็นเหตุให้ศาลสั่งตัดพยานโจทก์ ควรให้โอกาสแก่โจทก์นำพยานเข้าสืบคำสั่งศาลที่ตีความให้มีผลเสียหายแก่คู่ความเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง และฎีกาว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 188(2) บัญญัติให้ศาลเรียกพยานมาเบิกความตามที่เห็นจำเป็นและวินิจฉัยชี้ขาดตามที่เห็นสมควรและยุติธรรมแต่ศาลชั้นต้นกับตัดพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้องจึงเป็นการขัดกับที่กฎหมายบัญญัติไว้ ดังนี้ แม้จะเป็น… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 249
ผู้ตายบอกขายบ้านพิพาทจำเลยรับซื้อไว้และได้ชำระราคาบ้านบางส่วนให้ผู้ตาย ผู้ตายได้ส่งมอบบ้านพิพาทให้จำเลยเข้าอยู่อาศัย โดยไม่ได้ความว่าขณะตกลงซื้อขายกันได้มีการพูดจากันถึงเรื่องการไปจดทะเบียนโอนกันในภายหลัง แสดงว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายบ้านพิพาทจึงถือว่าเป็นการซื้อขายกันโดยเด็ดขาด เมื่อมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมเป็นโมฆะ แม้จะได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว ก็จะถือว่าสมบู… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ผู้ตายบอกขายบ้านพิพาทจำเลยรับซื้อไว้และได้ชำระราคาบ้านบางส่วนให้ผู้ตาย ผู้ตายได้ส่งมอบบ้านพิพาทให้จำเลยเข้าอยู่อาศัย โดยไม่ได้ความว่าขณะตกลงซื้อขายกันได้มีการพูดจากันถึงเรื่องการไปจดทะเบียนโอนกันในภายหลัง แสดงว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายบ้านพิพาทจึงถือว่าเป็นการซื้อขายกันโดยเด็ดขาด เมื่อมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมเป็นโมฆะ แม้จะได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว ก็จะถือว่าสมบู… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 249
โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่และข้อหากรรโชกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่ ยกฟ้องข้อหากรรโชก โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหากรรโชกจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษาลงโทษจำเลยได้อีก จำเลยกับพวกเป็นทหารมีอาวุธเข้าไปพูดขู่บังคับให้ผู้เสียหายไปกับจำเลยกับพวก แล้วบอกให้คนในบ้านนำเงิน 3,000 บาท ไปไถ่ตัวผู้เสียหายหาไม่แล้วจะไม่ได้กลับนั้น ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนากระทำผิดและมีเจตนาเพื… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 1 ป.อ. มาตรา 313 ป.อ. มาตรา 316 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้