Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่และข้อหากรรโชกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่ ยกฟ้องข้อหากรรโชก โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหากรรโชกจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษาลงโทษจำเลยได้อีก จำเลยกับพวกเป็นทหารมีอาวุธเข้าไปพูดขู่บังคับให้ผู้เสียหายไปกับจำเลยกับพวก แล้วบอกให้คนในบ้านนำเงิน 3,000 บาท ไปไถ่ตัวผู้เสียหายหาไม่แล้วจะไม่ได้กลับนั้น ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนากระทำผิดและมีเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ในการ เอาตัวผู้เสียหายไปโดยวิธีขู่เข็ญใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมและ ข่มขืนใจผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313(2) แล้ว แม้จำเลยกับพวกจะมิได้เอาเงินค่าไถ่จำนวน 3,000 บาทไว้เป็นประโยชน์แก่ตนแต่ได้มอบให้แก่ทางราชการไปก็ตามก็เป็นการเอาไปจากผู้เสียหายโดยมิชอบ เงินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นค่าไถ่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2524 เวลากลางวันจำเลยกับพวกโดยมีปืนเป็นอาวุธ ได้บังอาจร่วมกันขู่เข็ญ ข่มขืนใจ ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม พาเอาตัวนายสว่าง แก่นคล้าย ผู้เสียหายอายุกว่าสิบสามปีไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยผู้เสียหายเอาเงินไปไถ่ 3,000 บาทให้จำเลยและพวกหาไม่แล้วจำเลยและพวกจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพของผู้เสียหาย แล้วจำเลยกับพวกพาผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ผู้เสียหายกับพวกจึงยอมชำระเงินจำนวน 3,000 บาทให้จำเลยกับพวก เหตุเกิดที่ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน และตำบลหนองธง อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุงเกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 313, 337 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 11 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 3,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยแถลงขอต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 313(2), 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พศจิกายน2514 ข้อ 11 แต่จำเลยจัดให้ผู้เสียหายที่ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาโดยผู้เสียหายมิได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิตแต่อย่างใด กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316 ซึ่งกฎหมายให้ลงโทษน้อยกว่าที่กำหนดไว้แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จำคุก 4 ปี 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ฟังว่าเงินจำนวน 3,000 บาทที่ผู้เสียหายจ่ายไปนั้น เป็นการจ่ายเพื่อชดใช้ราคาทรัพย์สินของทางราชการที่นายไพเราะหลานผู้เสียหายนำหลบหนีไป

หาได้จ่ายให้แก่จำเลยหรือพวกจำเลยเพื่อเป็นประโยชน์ส่วนตัวไม่ เงินดังกล่าวมิใช่ค่าไถ่ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบังคับผู้เสียหายเรียกค่าไถ่ และฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานกรรโชกตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337, 83 ให้จำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงโทษตามมาตรา 56 มีกำหนด2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 3,000 บาทแก่ผู้เสียหายโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานจับตัวผู้เสียหายเรียกค่าไถ่ และจำคุกฐานกรรโชกในสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหากรรโชกซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีในข้อหานี้จึงยุติไปแล้ว ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยพิพากษาลงโทษจำเลยได้อีก

คดีคงมีปัญหาว่า จำเลยมีความผิดฐานจับตัวผู้เสียหายเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่หรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยกับพวกมีอาวุธเข้าไปพูดขู่บังคับให้ผู้เสียหายไปกับตนแล้ว บอกให้ตนในบ้านนำเงิน3,000 บาทไปไถ่ตัวผู้เสียหายหาไม่แล้วจะไม่ได้กลับนั้นย่อมฟังได้ว่า จำเลยกับพวกมีเจตนากระทำผิดและมีเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ในการเอาตัวผู้เสียหายไปโดยวิธีขู่เข็ญ ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมและข่มขืนใจผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313(2) แล้ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้มาซึ่งค่าไถ่หรือไม่ แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยกับพวกได้รับเงินค่าไถ่ที่เรียกร้องแล้วมอบต่อให้แก่หัวหน้าทหารพรานเป็นค่าชดใช้ราคาทรัพย์สินของทางราชการที่นายไพเราะหลานผู้เสียหายเอาไป

เห็นว่าจำเลยก็ยังหาพ้นผิดฐานจับตัวผู้เสียหายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ไม่ ทั้งเงินค่าไถ่จำนวน 3,000 บาทรายนี้ แม้จำเลยกับพวกมิได้เอาไว้เป็นประโยชน์แก่ตนแต่ได้มอบให้แก่ทางราชการก็ตาม ก็เป็นการเอาไปจากผู้เสียหายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โกวิท สุนทรขจิต · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2538

ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจและจำเลยเป็นพนักงานของโจทก์จึงมีฐานะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงฐานะของโจทก์ภายหลังหรือไม่ก็หาเป็นเหตุให้มีผลลบล้างฐานะโจทก์และฐานะความรับผิดของจำเลยในข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2563

เดิมโจทก์ร่วมเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในคดีหมายเลขดำที่ 481/2558 ซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันกับคดีนี้ ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 634809)

ตาม ป.อ. มาตรา 1 (7) "เอกสาร" หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้