มาตรา 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ ฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
(๑) ชื่อศาลและวันเดือนปี
(๒) คดีระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และฐานความผิด
(๓) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัว นามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ
(๔) ชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ชาติและบังคับของจำเลย
(๕) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียน หรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง
(๖) อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด
(๗) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,972 คดี
ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา35 นั้นถ้าไม่บรรยายไว้ด้วยว่าสุราที่เจ้าของร้านซื้อจากผู้ไม่มีอำนาจขายนั้น เจ้าของร้านสุราได้ขายหรือตั้งไว้ขายแล้ว แม้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร้านรับสารภาพก็ยังไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายที่กล่าวอ้าง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา 35
ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา35 นั้นถ้าไม่บรรยายไว้ด้วยว่าสุราที่เจ้าของร้านซื้อจากผู้ไม่มีอำนาจขายนั้น เจ้าของร้านสุราได้ขายหรือตั้งไว้ขายแล้ว แม้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร้านรับสารภาพก็ยังไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายที่กล่าวอ้าง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา 35
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงนั้น ถ้าในฟ้องมิได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร หรือเพียงไหนแล้ว ก็ย่อมไม่อาจเป็นที่เข้าใจได้ว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นเท็จทุกตอนทุกถ้อยคำ จึงต้องถือว่าเป็นฟ้องที่ไม่ระบุความพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงนั้น ถ้าในฟ้องมิได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร หรือเพียงไหนแล้ว ก็ย่อมไม่อาจเป็นที่เข้าใจได้ว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นเท็จทุกตอนทุกถ้อยคำ จึงต้องถือว่าเป็นฟ้องที่ไม่ระบุความพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงนั้น โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องให้สามารถเข้าใจได้ว่าจำเลยกล่าวเท็จในข้อใดบ้างและความจริงเป็นอย่างไร มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงนั้น โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องให้สามารถเข้าใจได้ว่าจำเลยกล่าวเท็จในข้อใดบ้างและความจริงเป็นอย่างไร มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจสมคบกันมีหลาวและมีดตอกเป็นอาวุธ บุกรุกเข้าไปในเขตที่นาของนายวิงโดยมีเจตนาจะมิให้นายวิงครอบครองที่นาได้โดยปกติสุขโดยจำเลยมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายดังนี้ ฟ้องของโจทก์ย่อมครบองค์ความผิดฐานบุกรุกแล้วเพราะความผิดฐานบุกรุกเจตนาอันเป็นมูลฐานอยู่ที่เจตนาจะมิให้ผู้อื่นครอบครองทรัพย์ของเขา อันพึงเคลื่อนจากที่มิได้โดยความปกติสุข มิได้อยู่ที่เข้าถือเอาทรัพย์ หรือเพื่อจะถือเอาทรัพย์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจสมคบกันมีหลาวและมีดตอกเป็นอาวุธ บุกรุกเข้าไปในเขตที่นาของนายวิงโดยมีเจตนาจะมิให้นายวิงครอบครองที่นาได้โดยปกติสุขโดยจำเลยมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายดังนี้ ฟ้องของโจทก์ย่อมครบองค์ความผิดฐานบุกรุกแล้วเพราะความผิดฐานบุกรุกเจตนาอันเป็นมูลฐานอยู่ที่เจตนาจะมิให้ผู้อื่นครอบครองทรัพย์ของเขา อันพึงเคลื่อนจากที่มิได้โดยความปกติสุข มิได้อยู่ที่เข้าถือเอาทรัพย์ หรือเพื่อจะถือเอาทรัพย์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2491 เวลากลางวัน จำเลยนี้ เป็นทหารกองเกินและได้รับหมายเรียกของคณะกรมการอำเภอให้มาให้คณะกรรมการ ตรวจเลือกเข้ากองประจำการทหารจำเลยบังอาจหลีกเลี่ยงไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกตามกำหนดเวลา ทั้งนี้เพื่อจะไม่เข้ารับราชการทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัติ เหตุเกิด ฯลฯดังนี้จำเลยย่อมเข้าใจฟ้องของโจทก์ไม่ได้ดีว่าโจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันใด ฟ้องโจทก์จึงไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยขนย้ายข้าว เข้ามาในเขตต์ห้ามขนย้ายข้าวตามประกาศของคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าว ดังนี้ จำเลยย่อมไม่มีผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10 เพราะมาตรานี้ห้ามไว้แต่การขนย้ายออกนอกเขตต์ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนดเท่านั้น.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 มาตรา 10
ป.วิ.อ. มาตรา 158.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 ว่า จำเลยสมคบกันมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจำหน่าย 40 ฉบับราคา 400 บาท และได้จำหน่ายธนบัตรจำนวนนั้นให้แก่นายดีไปทั้งหมด ข้อ 2 กล่าวว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และได้ธนบัตรของกลาง 35ฉบับเท่าที่ค้นได้ และเหลือจำหน่ายในหีบในห้องนอนของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลย ดังนี้คำบรรยายฟ้องในข้อ 1 ไม่กินถึงธนบัตรของกลาง 35 ฉบับในข้อ 2 และเมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงองค์ความผิดประกอบประการใดในฟ้องข้อ 2 จึงลงโทษจำเลยสำหรับความผิดเกี่ยวกับธนบัตรของกลาง 35ฉบับนี้ไม่ได…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 203
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 204
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 ว่า จำเลยสมคบกันมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจำหน่าย 40 ฉบับราคา 400 บาท และได้จำหน่ายธนบัตรจำนวนนั้นให้แก่นายดีไปทั้งหมด ข้อ 2 กล่าวว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และได้ธนบัตรของกลาง 35ฉบับเท่าที่ค้นได้ และเหลือจำหน่ายในหีบในห้องนอนของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลย ดังนี้คำบรรยายฟ้องในข้อ 1 ไม่กินถึงธนบัตรของกลาง 35 ฉบับในข้อ 2 และเมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงองค์ความผิดประกอบประการใดในฟ้องข้อ 2 จึงลงโทษจำเลยสำหรับความผิดเกี่ยวกับธนบัตรของกลาง 35ฉบับนี้ไม่ได…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 203
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 204
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายบุหรี่ตราฆ้อง ซึ่งผลิตจากโรงงานยาสูบกรมสรรพสามิตจากผู้อื่นให้ไปจำหน่ายแทน จำเลยได้จำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อไปราคาสูงกว่าราคาที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดไว้ ดังนี้ ย่อมพอให้ถือได้แล้วว่า จำเลยเป็น 'ผู้ทำการจำหน่ายยาสูบ' ตามความในมาตรา 19 พระราชบัญญัติยาสูบ 2486 แล้ว
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2486 มาตรา 19
พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2486 มาตรา 40
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายบุหรี่ตราฆ้อง ซึ่งผลิตจากโรงงานยาสูบกรมสรรพสามิตจากผู้อื่นให้ไปจำหน่ายแทน จำเลยได้จำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อไปราคาสูงกว่าราคาที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดไว้ ดังนี้ ย่อมพอให้ถือได้แล้วว่า จำเลยเป็น 'ผู้ทำการจำหน่ายยาสูบ' ตามความในมาตรา 19 พระราชบัญญัติยาสูบ 2486 แล้ว
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2486 มาตรา 19
พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2486 มาตรา 40
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรประจำจังหวัดนครพนมอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 ได้ประกาศระบุให้น้ำมันก๊าดเป็นสิ่งของต้องห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควร โดยได้กำหนดราคาสูงสุดไว้แล้วตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง จำเลยบังอาจค้ากำไรเกินควรโดยขายน้ำมันก๊าดให้นายทองไป 1 ลิตรราคา 2 บาท เกินราคาสูงสุดที่กำหนดไว้ 50 สตางค์ ดังนี้ ตามข้อความในฟ้อง พอเข้าใจได้แล้วว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยบังอาจกระทำการ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 185
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา