คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเอาความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จมากล่าวว่าจำเลยเป็นเสมียนโรงต้มกลั่นสุราอำเภอเมืองเชียงราย มีหน้าที่มาตรวจร้านค้าสุรา และเก็บเงินค่าจำหน่ายสุราจากร้านค้าของโรงต้มกลั่นสุรา อำเภอเมืองเชียงรายการมาครั้งนี้ก็เพื่อเก็บเงินค่าขายสุราที่นายมี คำน้อยรับไปจำหน่ายนั้นเอง ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นายมีส่งเงินค่าจำหน่ายสุราให้แก่จำเลยไป นายมีหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงได้มอบเงินจำนวน 16 บาท ให้แก่จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304นั้น
จะต้องปรากฏว่าผู้กระทำผิดใช้อุบายหลอกลวงด้วยประการใด ๆ อันประกอบด้วยเอาความเท็จมากล่าว ฟ้องของโจทก์ดังกล่าวแล้วย่อมไม่อาจเป็นที่เข้าใจได้ว่า ข้อความที่กล่าวนั้นเป็นเท็จทุกตอนทุกถ้อยทุกคำ เพราะโจทก์มิได้กล่าวว่าความจริงเป็นอย่างไรหรือเพียงไหนเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เป็นฟ้องที่ระบุความพอสมควรศาลล่างไม่ประทับฟ้องชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน