Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า 'จำเลยใช้อุบายหลอกลวง โดยเอาความเท็จมากล่าวว่าจำเลยสามารถใช้วิทยาอาคมทำน้ำธรรมดาให้เป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดให้หายได้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้พวกเจ้าทุกข์ส่งเงินให้แก่จำเลย'และว่า'จำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าวว่าจำเลยมีความสามารถใช้วิทยาคมได้'และว่า' จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าน้ำมนต์ที่จำเลยทำสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดให้หายได้' เหล่านี้ย่อมชัดแจ้งตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้องไม่เคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 306 ป.วิ.อ. มาตรา 158

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า เมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 21 กรกฎาคม 2498 เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยใช้อุบายหลอกลวงประชาชนในเขตตำบลพานพร้าว อำเภอท่าบ่อ โดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยมีความสามารถใช้วิทยาคมได้โดยจำเลยเอาน้ำธรรมดาใส่ภาชนะและใช้พระเครื่องนาคปรกลงแกว่งในน้ำนั้น สำรวมจิตภาวนามนต์และแผ่เมตตาจิต น้ำนั้นจะกลายเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ทุกชนิดให้หายได้ และตามวันเวลาดังกล่าวแล้วจำเลยได้โฆษณาให้ประชาชนหลงเชื่อว่าน้ำที่จำเลยทำขึ้นดังกล่าวแล้วเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จนทำให้ประชาชนหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลย แล้วซื้อน้ำมนต์ที่จำเลยทำขึ้น คือพลตำรวจโชติ ธรรมพินิจและนายสิบตำรวจตรีไพศาล

แลบัวซื้อคนละ 1 ขวด ๆ ละ 2 บาท นายสำรองซื้อ 2 ขวดราคา 4 บาทและมีคนอื่น ๆ อีก จำเลยขายได้เงิน 600 บาท ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงบุคคลดังกล่าวแล้วให้ส่งเงินให้แก่จำเลยตามคำหลอกลวง เหตุเกิดที่ตำบลพานพร้าวอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เจ้าทุกข์ได้มอบคดีให้เจ้าพนักงานว่ากล่าวเอาโทษแก่จำเลยแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 304 และ 306 และขอให้จำเลยคืนทรัพย์แก่เจ้าทุกข์และคนอื่นด้วยศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วตัดสินว่าตามฟ้องโจทก์เป็นเรื่องจำเลยพูดจาหลอกลวงเพื่อขายตาม มาตรา 310 และคำฟ้องขัดแย้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) และโจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด

- สภาพ - คุณภาพ ฯลฯ อันเป็นองค์ประกอบความผิด ทั้งไม่ยืนยันว่าน้ำมนต์ที่จำเลยขายนั้นรักษาโรคภัยไม่ได้เลย จึงได้พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และพิพากษาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวไว้ในฟ้องว่า"จำเลยใช้อุบายหลอกลวง โดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยสามารถใช้วิทยาคมทำน้ำธรรมดาให้เป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดให้หายได้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้พวกเจ้าทุกข์ส่งเงินให้แก่จำเลย (เป็นค่าน้ำมนต์)" นั้น นับว่าครบองค์ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 และที่กล่าวในข้อต่อมาว่า " จำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าวว่าจำเลยมีความสามารถใช้วิทยาคมได้"

ก็เป็นข้อที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำการตามความในข้อ 2 มาตรา 306(2) และข้อต่อไปที่โจทก์กล่าวว่า "จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าน้ำมนต์ที่จำเลยทำสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดให้หายได้" ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวหาว่าที่จำเลยกล่าวนั้นเป็นความเท็จ ไม่จำต้องย้ำความซ้ำจึงพิพากษาว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีแล้วพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2500

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงโดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2496 จำเลยเอาที่ดินซึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลยมาประกันเงินกู้โจทก์หลงเชื่อจึงให้จำเลยกู้เงินไปและจำเลยได้เขียนระบุที่ดินนั้นไว้ในสัญญากู้ด้วย ความจริงป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2503

ตามคำบรรยายฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ว่า จำเลยแสดงเท็จโดยออกเช็คแลกเงินสดของผู้เสียหายไป แต่ความจริงกลับเป็นว่า เช็คนั้นเป็นเช็คในบัญชีชื่อบุคคลที่ 3 ลายเซ็นชื่อในเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อบุคคลที่ 3 ทั้งไม่มีเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2502

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 306(4)กฎหมายลักษณะอาญาซึ่งเป็นความผิดฐานฉ้อโกง โดยใช้อุบายพิเศษ แต่ประมวลกฎหมายอาญา ได้ยกเลิกการใช้อุบายพิเศษในลักษณะเช่นนี้แล้ว ศาลจะลงโทษตาม มาตรา 306(4) ไม่ได้ และจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2501

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยมาพูดหลอกลวงโจทก์โดยเจตนาทุจริตขอเอาหนังสือสัญญาขายฝากไปโดยหลอกลวงว่าจะเอาไปรักษาไว้ให้เพื่อความปลอดภัยในการสูญหาย เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอนจะคืนให้และจะมาบอกให้ไปไถ่นั้น ยังถือไม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38048)

จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.304,306(2) และจำเลยที่ 2 มี ความผิดฐานเป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดดังกล่าวผิดตาม ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้