Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำบรรยายฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ว่า จำเลยแสดงเท็จโดยออกเช็คแลกเงินสดของผู้เสียหายไป แต่ความจริงกลับเป็นว่า เช็คนั้นเป็นเช็คในบัญชีชื่อบุคคลที่ 3 ลายเซ็นชื่อในเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อบุคคลที่ 3 ทั้งไม่มีเงินจ่ายตามเช็ค อีกนัยหนึ่ง ก็คือ จำเลยออกเช็คว่าเป็นของจำเลย แต่ความจริงกลับเป็นเช็คของคนอื่น จึงไม่มีการจ่ายเงิน และฟ้องกล่าวพร้อมด้วยองค์ประกอบอื่น ๆ ตามกฎหมายแล้ว ย่อมเป็นฟ้องฐานฉ้อโกงถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 341 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 304

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องบรรยายข้อความว่า เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ. ๒๕๐๒ เวลากลางวัน จำเลยได้กระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือจำเลยได้บังอาจหลอกหลวงนายกุยเซื้ยง แซ่ตั้ง ด้วยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยออกเช็คของธนาคารศรีนครจำกัด สาขาสามแยก ฉบับหมายเลขที่ บี/๑ ๑๐๑๘๔๐ ลงวันที่ ๓ มี.ค. ๒๕๐๒ สั่งจ่ายเงินจำนวน ๑๒,๐๐๐ บาท ให้แก่นายกุยเซี้ยง แซ่ตั้ง เป็นการแลกเปลี่ยนเงินสด ต่อมาวันที่ ๓ มี.ค. ๒๕๐๒ นายกุ้ยเซี้ยง แซ่ตั้ง ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงินที่ ธนาคารศรีนครจำกัด สาขาสามแยก ในวันเดียวกันนั้น ธนาคารศรีนครจำกัด สาขาสามแยก ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน แจ้งว่าลายเซ็นของผู้สั่งจ่าย ไม่ใช่ลายเซ็นของเจ้าของบัญชี

คือนายลิ่มจั๊ว และในวันครบกำหนดสั่งจ่ายตามเช็คฉบับดังกล่าว เงินในบัญชีของนายลิ่มจั๊วก็มีไม่พอจ่าย ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริต คิดฉ้อโกงเงินจำนวน ๑๒,๐๐๐ บาท ดังกล่าว ของกุยเซี้ยง แซ่ตั้ง มาแต่แรก เหตุเกิดตำบล.. ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ กับให้ใช้ทรัพย์

จำเลยให้การว่า ไม่เคยทำผิดดังฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นว่า น่าเชื่อพยานหลักฐานทางฝ่ายโจทก์ยิ่งกว่าฝ่ายจำเลย แต่ฟ้องของโจทก์ตอนต้นว่า จำเลยออกเช็คเอง ภายหลังกลับว่า เป็นเช็คของผู้อื่นไม่อาจรู้ความประสงค์ว่า โจทก์หมายความอย่างใดแน่ เป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำบรรยายฟ้องพอเข้าใจได้ว่า จำเลยออกเช็คของบุคคลอื่นว่าเป็นของจำเลย และว่ามีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของบัญชี แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน แจ้งว่าลายเซ็นของผู้สั่งจ่ายไม่ใช่ลายเซ็นของเจ้าของบัญชี เป็นการบรรยายการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว ไม่เคลือบคลุม ส่วนข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นเชื่อพยานหลักฐานโจทก์ว่า เป็นความจริง การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิด พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๒,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ปัญหาว่า ฟ้องของโจทก์ดังบรรยายมาข้างต้น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพราะตามคำบรรยายฟ้องเข้าใจข้อหาได้ดีว่า จำเลยแสดงเท็จโดยออกเช็คแลกเอาเงินสดของนายกุยเซี้ยงไป แต่ความจริงกลับเป็นว่า เช็คนั้นเป็นเช็คในบัญชีชื่อนายลิ่มจั๊ว ลายเซ็นชื่อในเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อนายลิ่มจั๊ว ทั้งไม่มีเงินจ่ายตามเช็ค อีกนัยหนึ่ง ก็คือ จำเลยออกเช็คว่าเป็นของจำเลย แต่ความจริงกลับเป็นเช็คของคนอื่น จึงไม่มีการจ่ายเงิน ศาลชั้นต้นกลับไปถือเอาว่าโจทก์บรรยายฟ้องเช่นนี้เป็นการขัดกัน ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย เพราะความเท็จกับความจริงย่อมขัดกันอยู่เอง โจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยแสดงเท็จอย่างไร ความจริงเป็นอย่างไร พร้อมด้วยองค์ประกอบอื่น ๆ ตามกฎหมายแล้ว ย่อมเป็นฟ้องฐานฉ้อโกงถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว และฟ้องข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสุรเจตน์ วิชิตชลชัย
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมมานุวัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2530

จำเลยหลอกลวงขอซื้อข้าวเปลือกจากโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าตน มีเงินพอชำระค่าข้าวเปลือกได้ โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงมอบข้าวเปลือกที่ขายให้จำเลยไปในวันนั้น ต่อมาวันรุ่งขึ้นจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2528

ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ หรือโจทก์ต้องถอนทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้าง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึง แม้ฟ้องจะบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2501

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยมาพูดหลอกลวงโจทก์โดยเจตนาทุจริตขอเอาหนังสือสัญญาขายฝากไปโดยหลอกลวงว่าจะเอาไปรักษาไว้ให้เพื่อความปลอดภัยในการสูญหาย เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอนจะคืนให้และจะมาบอกให้ไปไถ่นั้น ยังถือไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2567

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลของการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้