มาตรา 215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๒ การพิจารณา คำพิพากษาและคำสั่งชั้นศาลอุทธรณ์
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
304 คดี
ในคดีแพ่งหรือคดีอาญาเมื่อศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งรับอุทธรณ์ของคู่ความฝ่ายหนึ่งแล้ว คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะฎีกาคัดค้านว่าไม่ควรรับนั้นหาได้ไม่เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ประกอบด้วย มาตรา215 และในคดีแพ่งคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ได้รับอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 196
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.พ. มาตรา 236
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2496
พ.ศ. 2496
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ในคดีอาญา เมื่อโจทก์ฎีกาแม้ได้ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยรับไปแล้วถ้าต่อมาไม่ทราบว่าจำเลยอยู่ที่ใดตามตัวไม่พบ ส่งหมายนัดแถลงการณ์ให้จำเลยไม่ได้และโจทก์ไม่สามารถจะนำส่งหมายนัดให้จำเลยได้ย่อมถือว่าไม่ได้ตัวจำเลยมาทำการพิจารณาศาลฎีกาต้องสั่งจำหน่ายฎีกาของโจทก์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2496
พ.ศ. 2496
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ในคดีอาญา เมื่อโจทก์ฎีกาแม้ได้ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยรับไปแล้วถ้าต่อมาไม่ทราบว่าจำเลยอยู่ที่ใดตามตัวไม่พบ ส่งหมายนัดแถลงการณ์ให้จำเลยไม่ได้และโจทก์ไม่สามารถจะนำส่งหมายนัดให้จำเลยได้ย่อมถือว่าไม่ได้ตัวจำเลยมาทำการพิจารณาศาลฎีกาต้องสั่งจำหน่ายฎีกาของโจทก์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยคนหนึ่งหลบหนี แต่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีเกี่ยวแก่จำเลยทุกคนตลอดจนจำเลยทีหลบหนีด้วยให้ปล่อยบางคน คงลงโทษบางคน โจทก์ฎีกา แม้จำเลยคนที่หลบหนีจะถูกศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษและมิได้ฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกาก็พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวแก่จำเลยที่หลบหนี ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่เฉพาะคดีที่เกี่ยวแก่จำเลยที่หลบหนี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 203
ป.วิ.อ. มาตรา 215
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยคนหนึ่งหลบหนี แต่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีเกี่ยวแก่จำเลยทุกคนตลอดจนจำเลยทีหลบหนีด้วยให้ปล่อยบางคน คงลงโทษบางคน โจทก์ฎีกา แม้จำเลยคนที่หลบหนีจะถูกศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษและมิได้ฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกาก็พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวแก่จำเลยที่หลบหนี ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่เฉพาะคดีที่เกี่ยวแก่จำเลยที่หลบหนี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 203
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก ฉะนั้นต้องถือว่า ฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดฐานฉ้อโกงฐานเดียว ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว คดีก็ไม่มีท…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 142
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากตัวความในคดีอาญาให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้นั้น ย่อมมีอำนาจลงชื่อในฟ้องอุทธรณ์แทนตัวความได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยฟังคำพิพากษาแล้วได้หลบหนีเรือนจำไป แล้วทนายจำเลยจึงได้ทำฟ้องอุทธรณ์ลงชื่อทนายในอุทธรณ์แทนจำเลย นำไปยื่นต่อศาลภายในกำหนดอายุความอุทธรณ์ดังนี้ ย่อมถือเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยวิธีพิจารณาและเมื่อภายหลังจำเลยได้ถูกจับตัวมาแล้วศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิจารณาพิพากษาคดีไปได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 8
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.พ. มาตรา 62
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากตัวความในคดีอาญาให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้นั้น ย่อมมีอำนาจลงชื่อในฟ้องอุทธรณ์แทนตัวความได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยฟังคำพิพากษาแล้วได้หลบหนีเรือนจำไป แล้วทนายจำเลยจึงได้ทำฟ้องอุทธรณ์ลงชื่อทนายในอุทธรณ์แทนจำเลย นำไปยื่นต่อศาลภายในกำหนดอายุความอุทธรณ์ดังนี้ ย่อมถือเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยวิธีพิจารณาและเมื่อภายหลังจำเลยได้ถูกจับตัวมาแล้วศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิจารณาพิพากษาคดีไปได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 8
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.พ. มาตรา 62
ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก ฉะนั้นต้องถือว่า ฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดฐานฉ้อโกงฐานเดียว ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้วคดีก็ไม่มีทาง…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ลักเอาทรัพย์สิ่งของของโจทก์ ซึ่งมีผู้ฝากจำเลยมา ให้โจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 288 แม้จะมีคำว่า ลัก และมีคำขอให้ลงโทษตามมาตรา 288 ก็ตาม แต่ข้อความในฟ้องย่อมมีความหมายว่าจำเลยกระทำผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314ฉะนั้นโจทก์จะฎีกาขอให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ลักเอาทรัพย์สิ่งของของโจทก์ ซึ่งมีผู้ฝากจำเลยมา ให้โจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 288 แม้จะมีคำว่า ลัก และมีคำขอให้ลงโทษตามมาตรา 288 ก็ตาม แต่ข้อความในฟ้องย่อมมีความหมายว่าจำเลยกระทำผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314ฉะนั้นโจทก์จะฎีกาขอให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
คดีอาญา เมื่อศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยรับไป ภายหลังทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่าตัวจำเลยไม่ได้รับทราบสำเนาอุทธรณ์เพราะหาตัวไม่พบ ศาลขอให้ทางอำเภอส่งหมายให้จำเลยก็ส่งไม่ได้ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ต้องจำหน่ายคดีเพราะในการพิจารณาคดีทั้งปวง หลักสำคัญมีอยู่ว่า จำเลยต้องมีตัวอยู่ให้ศาลเรียกมาได้ เมื่อต้องการไม่ว่าเวลาใด ๆ. (อ้างฎีกาที่ 410/2488)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 203
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225.
คดีอาญา เมื่อศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยรับไป ภายหลังทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่าตัวจำเลยไม่ได้รับทราบสำเนาอุทธรณ์เพราะหาตัวไม่พบ ศาลขอให้ทางอำเภอส่งหมายให้จำเลยก็ส่งไม่ได้ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ต้องจำหน่ายคดีเพราะในการพิจารณาคดีอาญาทั้งปวง หลักสำคัญมีอยู่ว่าจำเลยต้องมีตัวอยู่ให้ศาลเรียกมาได้ เมื่อต้องการไม่ว่าเวลาใดๆ (อ้างฎีกาที่ 410/2488)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 203
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
กระทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์และแยกกันได้เด็ดขาดจากกระทงความผิดที่อุทธรณ์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาการที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตาย อีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนใดเป็น 2 กรรมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกระทงเดียวพฤติการณ์ที่ถือว่าป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 215
+3
ทำไร่ยาสูบแล้วปลูกต้นยาในทางหลวงไม่เป็นการเอาสิ่งใด ๆ ไปทอดทิ้งกีดกั้นตามความหมายในมาตรา 336 ข้อ 1 การที่จำเลยกระทำผิดเรื่อย ๆ ทุกปีตลอดมาดังนี้แม้โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี ก็ไม่ขาดอายุความตามาตรา 78 (4) เมื่อ ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็น ความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างแล้วศาลฎีกามีอำนาจที่จะ พิจารณาพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ + คู่ความจะมิได้ฎีกาในประเด็นข้อนั้น
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 78
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา