Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 89203)

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก ฉะนั้นต้องถือว่า ฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดฐานฉ้อโกงฐานเดียว ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว คดีก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามที่โจทก์ฎีกาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 142 ป.วิ.อ. มาตรา 215 ป.วิ.อ. มาตรา 225 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า ข้อ ๑ จำเลยสมคบกันใช้อุบายหลอกลวงอันประกอบด้วยความเท็จมากล่าวกับนายพิศาลว่า มีญาติพี่น้องของจำเลยทางบ้านนอกต้องการซื้อสิ่งของหลายอย่าง จึงขอรับสิ่งของเพื่อเอาไปให้ญาติดู หากขายได้จะนำเงินมาชำระให้ ขายไม่ได้จะคืนสิ่งของ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นายพิศาลส่งสิ่งของตามที่จำเลยต้องการให้แก่จำเลย นายพิศาลหลงเชื่อจึงมอบสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องให้จำเลยไป ข้อ ๒. เนื่องจากจำเลยพูดหลอกลวง นายพิศาลให้ส่งสิ่งของ และจำเลยได้รับมอบสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องข้อ ๑ ไปแล้วนั้น จำเลยได้บังอาจมีเจตนาทุจริตคิดเบียดบังยักยอกเอาทรัพย์สิ่งของ ๆ นายพิศาลที่มอบให้แก่จำเลยดังกล่าวแล้วนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยเสีย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๓๑๔,๓๑๙

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๑๙ จำคุกคนละ ๒ ปี

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์มีความประสงค์จะกล่าวโทษจำเลยฐานฉ้อโกง หาใช่ฟ้องทั้งสองฐานไม่ และข้อหาฐานฉ้อโกงนี้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงก็ฟังว่าไม่ได้หลอกลวง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องบรรยายหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอก และข้อเท็จจริงในทางพิจารณาก็เป็นความผิดฐานยักยอก จึงลงโทษได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ข้อ ๑ หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปอันเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว ฟ้องข้อ ๒ ว่าเมื่อได้ทรัพย์ได้ทรัพย์ไปแล้ว จำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ที่จำเลยยักยอกทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไป การที่เอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวนั้น ไม่ทำให้เกิดเป็นความผิดฐานยักยอกอีกฐานหนึ่ง ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีนี้ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว คดีก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามที่โจทก์ฏีกาได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายจินดา เกตุปัญญา
ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 51662)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2563

คดีอาญา โจทก์มิได้ลงลายมือชื่อไว้ในฟ้อง จึงเป็นฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) แต่การที่จะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องหรือไม่ประทับฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14391/2558

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74 ทวิ บัญญัติว่า "บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4976/2556

ป.วิ.อ. มาตรา 158 บัญญัติว่า ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี... (5) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1842/2555

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จะเห็นได้ว่า ข้อความที่ว่า "ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้ออกเช็คมีความผิด ฯลฯ" จึงเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้