มาตรา 33 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ การฟ้องคดีอาญา
แต่ทว่าจะมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความยินยอมของศาลอื่นนั้นก่อน
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
10 คดี
การที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งก่อน แล้วต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในภายหลัง เมื่อไม่มีกฎหมายจำกัดอำนาจของพนักงานอัยการมิให้ฟ้องคดีอาญาที่ผู้เสียหายได้ฟ้องจำเลยไว้แล้ว และบทบัญญัติมาตรา 33 แห่ง ป.วิ.อ. ก็ได้บัญญัติถึงการพิจารณาคดีซึ่งทั้งพนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันไว้ แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายและพนักงานอัยการต่างฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันได้ ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนกับคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องจ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 173
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 33
การที่จำเลยนำรถยนต์บรรทุกของกลาง ซึ่ง มีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่ทางราชการกำหนดถึง 5,800 กิโลกรัม มาเดิน บนทางหลวงแผ่นดิน นอกจากจะทำความเสียหายแก่ทางสัญจรไปมาของประชาชน ทำให้ต้อง สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินในการบูรณะซ่อมแซม อันมีผลเป็นการทำลายเศรษฐกิจของชาติโดย ส่วนรวมแล้วก็ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อ ผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นอีกด้วย ทั้งจำเลยกระทำความผิดเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึง ความสูญเสียที่จะเกิดตาม มา จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโท…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 56
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2528
พ.ศ. 2528
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ในความผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำเลย และริบรถยนต์ของกลาง จำเลยมิได้อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ดังนั้น คดีเฉพาะกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่ริบรถยนต์ของกลาง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 33
คดีอาญามูลกรณีเดียวกัน ซึ่งผู้ว่าคดีฯ ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยสำนวนหนึ่งฐานทะเลาะวิวาทกับนายเจียวไซกับพวกในที่สาธารณสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372 แล้ว โจทก์ยื่นฟ้องนายเจียวไซ กับพวกเป็นจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย โจทก์ถึงอันตรายตามมาตรา 295 ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาโดยให้ผู้ว่าคดี ฯ ในสำนวนแรกนำสืบก่อน นั้น จะสั่งให้จำเลยในสำนวนหลังซึ่งเป็นพยานของผู้ว่าคดีฯ สำนวนแรกนำสืบในฐานะเป็นจำเลยในสำนวนหลังไปเลยทีเดียว แล้วจึงให้โจทก์คดีนี้นำสืบทีหลังในฐานะเป็นโจทก์…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 174
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำพยานโจทก์ในคดีก่อนจะนำมาใช้ยันจำเลยชุดเดียวกันในอีกคดีหนึ่งหาได้ไม่ แม้จำเลยจะได้ยินยอมให้ถือเอาคำพยานในคดีก่อนก็ตาม ในคดีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้คำพยานในคดีก่อนวินิจฉัยสำหรับจำเลยทั้งหมด ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายวิธีพิจารณา แม้จะมีจำเลยอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาคนเดียวศาลก็ต้องให้พิจารณาพิพากษาใหม่สำหรับจำเลยทุกคน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 213
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 208
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำพยานโจทก์ในคดีก่อนจะนำมาใช้ยันจำเลยชุดเดียวกันในอีกคดีหนึ่งหาได้ไม่ แม้จำเลยจะได้ยินยอมให้ถือเอาคำพยานในคดีก่อนก็ตาม ในคดีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้คำพยานในคดีก่อนวินิจฉัยสำหรับจำเลยทั้งหมด ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายวิธีพิจารณา แม้จะมีจำเลยอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาคนเดียวศาลก็ต้องให้พิจารณาพิพากษาใหม่สำหรับจำเลยทุกคน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 213
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 208
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีที่ผู้เสียหายและพนักงานอัยยการต่างเป็นโจทก์ฟ้อง จำเลยในข้อหาและกรณีเดียวกันและศาลได้พิพากษาคดีที่พนักงานอัยยการเป็นโจทก์ไปก่อนแล้วยกฟ้องเสียนั้น ถ้าผู้เสียหายได้ฟ้องคดีก่อนศาลพิพากษาในคดีที่อัยยการเป็นโจทก์และศาลมิได้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน ไม่ทำให้สิทธิในการฟ้องคดีของผู้เสียหายระงับไปโดยผลแห่งคำพิพากษาในคดีก่อนนั้น คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยยการและผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกัน การที่ศาลจะสั่งให้รวมการพิจารณาไ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 33
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีที่โจทก์ต่างผ่ายต่างฟ้องจำเลยคนเดียวกันในกรณีอันเดียวกันขอให้ลงโทษในความผิดฐานเดียวกัน ศาลได้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันนั้นเมื่อพะยานของโจทก์ทั้งสองคดีนั้นเป็นคนเดียวกัน โดยมากแล้วพะยานโจทก์ในคดีที่ได้สืบไปนั้น ยอมเป็นพะยานของ โจทก์อีคดีหนึ่งด้วย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 174
สมัครใจวิวาททำร้ายฟ้องกันแลกัน ฝ่ายใดจะถือว่าตนเป็นผู้เสียหายฟ้องหากฝ่ายหนึ่งมิได้คดีอาญา 2 เรื่องมูลกรณีเดียวกัน แต่โจทก์ต่างคนกันแม้จะได้พิจารณารวมกันมาก็แต่เมื่อศาลได้แยกวินิจฉัยต่างหากจากกันแล้วดังนี้จะถือว่าข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในคดีเรื่องหนึ่งมาตัดสินสำหรับคดีอีกเรื่องหนึ่งหาได้ไม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 254
ป.อ. มาตรา 256
ป.วิ.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2481
พ.ศ. 2481
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เสียหายยื่นฟ้องจำเลยไว้ในคดีความผิดต่อส่วนตัวและยังอยู่ในระหว่างไต่ส่วนมูลฟ้องเมื่ออัยยการยื่นฟ้องจำเลยเพราะผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ ผู้เสียหายจึงขอถอนฟ้องของตนเพื่อรวมเป็นโจทก์ในสำนวนของอัยยการดังนี้ เป็นเรื่องขอรวมคดีหาใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.36 ไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 36
ป.วิ.อ. มาตรา 162
ป.วิ.อ. มาตรา 165
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา