มาตรา 47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๒ การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ราคาทรัพย์สินที่สั่งให้จำเลยใช้แก่ผู้เสียหาย ให้ศาลกำหนดตามราคาอันแท้จริง ส่วนจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนอย่างอื่นที่ผู้เสียหายจะได้รับนั้น ให้ศาลกำหนดให้ตามความเสียหายแต่ต้องไม่เกินคำขอ
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
86 คดี
จำเลยเป็นตัวแทนในการจัดหาคนงานส่งให้แก่บริษัทท. ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานจากกรมแรงงานและมีงานให้ทำในต่างประเทศ การที่จำเลยชักชวนโจทก์ร่วมให้บุตรโจทก์ร่วมสมัครไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ และรับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วม แม้บุตรของโจทก์ร่วมไม่ได้ทำงาน และจำเลยไม่อาจคืนเงินให้โจทก์ร่วมได้ เพราะได้ส่งเงินให้แก่บริษัท ท. ไปแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงและฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. จัดหาง…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 820
ป.อ. มาตรา 341
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 47
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 7
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 27
จำเลยเป็นตัวแทนในการจัดหาคนงานส่งให้แก่บริษัท ท.ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานจากกรมแรงงานและมีงานให้ทำในต่างประเทศ การที่จำเลยชักชวนโจทก์ร่วมให้บุตรโจทก์ร่วมสมัครไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์และรับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วมแม้บุตรของโจทก์ร่วมไม่ได้ทำงาน และจำเลยไม่อาจคืนเงินให้โจทก์ร่วมได้เพราะได้ส่งเงินให้แก่บริษัท ท. ไปแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงและฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดห…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 341
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 47
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 7
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 27
จำเลยเป็นตัวแทนในการจัดหาคนงานส่งให้แก่บริษัท ท. ซึ่ง เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานจากกรมแรงงานและมีงานให้ทำในต่างประเทศ การที่จำเลยชักชวนโจทก์ร่วมให้บุตรโจทก์ร่วมสมัครไปทำงานที่ประเทศ สิงคโปร์ และรับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วมแม้บุตรของโจทก์ร่วมไม่ได้ทำงาน และจำเลยไม่อาจคืนเงินให้โจทก์ร่วมได้ เพราะได้ ส่งเงินให้แก่บริษัท ท. ไปแล้ว ก็ยังถือ ไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐาน ฉ้อโกงและฐาน จัดหางานโดย ไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราช…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 341
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 47
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 7
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 27
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะโจทก์ในชั้นฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 66)โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,342 และให้จำเลยใช้เงินจำนวน 44,855 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง พิพากษายกฟ้องเฉพาะคดีส่วนอาญา คงใ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 231
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 47
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เงินเหรียญของผู้เสียหายรวมเป็นเงิน 110,000 บาท หรือรับของโจรเงินเหรียญของผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากจำเลยรวมเป็นเงิน22,300 บาท และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 87,700 บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานรับของโจร ความรับผิดทางแพ่งของจำเลยคงมีอยู่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดทางอาญาฐานรับของโจรเท่านั้น แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 357
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ป.วิ.อ. มาตรา 50
ป.วิ.อ. มาตรา 190
ป.วิ.อ. มาตรา 191
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 271
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2530
พ.ศ. 2530
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เงินเหรียญของผู้เสียหายรวมเป็นเงิน 110,000 บาท หรือรับของโจรเงินเหรียญของผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากจำเลยรวมเป็นเงิน22,300 บาท และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 87,700 บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานรับของโจร ความรับผิดทางแพ่งของจำเลยคงมีอยู่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดทางอาญาฐานรับของโจรเท่านั้น แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 357
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ป.วิ.อ. มาตรา 50
ป.วิ.อ. มาตรา 190
ป.วิ.อ. มาตรา 191
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 271
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2529
พ.ศ. 2529
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ในฐานะผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่1ฐานยักยอกเงินของโจทก์ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่1และให้คืนหรือใช้เงินที่ยักยอกไปแก่โจทก์แล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาได้อยู่แล้วตามป.วิ.อ.มาตรา249,253หากรื้อฟื้นคดีส่วนแพ่งนั้นมาฟ้องใหม่โดยเรียกค่าดอกเบี้ยเพิ่มเติมย่อมเป็นฟ้องซ้ำ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่1ต้องรับผิดใช้หนี้ที่ทุจริตในการทำงานโดยยักยอกทรัพย์ของโจทก์ไปจำเลยที่2ที่3ในฐานะผู้ค้ำประกันอย่างไม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 44
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ป.วิ.อ. มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 253
คดีส่วนอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีส่วนแพ่งนี้ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยว่า การที่รถจำเลยชนรถโจทก์ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถ ฝ่าไฟแดงตามฟ้อง เหตุอาจเกิดจากความประมาทของจำเลยประการอื่น เช่นขับด้วย ความเร็วสูง แต่เมื่อมิได้ปรากฏลักษณะความประมาทดังกล่าวในฟ้องโจทก์ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีหน้าที่วินิจฉัย พิพากษายกฟ้องสำหรับ คดีส่วนแพ่งที่โจทก์ฟ้องนี้ข้อที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยขับรถประมาท มี 2 ข้อคือจำเลย ขับรถฝ่าไฟแดงและจำเลยขับรถเร็วกว่าอัต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.อ. มาตรา 45
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 47
พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54
คดีส่วนอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีส่วนแพ่งนี้ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยว่า การที่รถจำเลยชนรถโจทก์ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถ ฝ่าไฟแดงตามฟ้อง เหตุอาจเกิดจากความประมาทของจำเลยประการอื่น เช่นขับด้วย ความเร็วสูง แต่เมื่อมิได้ปรากฏลักษณะความประมาทดังกล่าวในฟ้องโจทก์ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีหน้าที่วินิจฉัย พิพากษายกฟ้องสำหรับ คดีส่วนแพ่งที่โจทก์ฟ้องนี้ข้อที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยขับรถประมาท มี 2 ข้อคือจำเลย ขับรถฝ่าไฟแดงและจำเลยขับรถเร็วกว่าอัต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.อ. มาตรา 45
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 47
พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54
โจทก์ขอมาท้ายฟ้องว่า ราคาเนื้อกระบือที่จำเลยร่วมกันลักไปมีราคา 8,900 บาท แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเนื้อกระบือที่ถูกลักไปนั้นมีจำนวน น้ำหนักและราคาในท้องตลาดขณะนั้นเท่าใด คำนวณได้ยอดดังกล่าวมาอย่างไร คงนำสืบเพียงว่าจำเลยคนใดลักเนื้อกระบือส่วนไหนไปเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบเรื่องราคาทรัพย์ไว้ไม่สมฟ้องและไม่มีข้อมูลให้ศาลคำนวณเพื่อกำหนดตามราคาอันแท้จริงขึ้นได้ ดังนี้ศาลจึงไม่ต้องกำหนดราคาทรัพย์ซึ่งจำเลยจะต้องใช้ให้แก่เจ้าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 335
ป.วิ.อ. มาตรา 47
โจทก์ขอมาท้ายฟ้องว่า ราคาเนื้อกระบือที่จำเลยร่วมกันลักไปมีราคา 8,900 บาท แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเนื้อกระบือที่ถูกลักไปนั้นมีจำนวน น้ำหนักและราคาในท้องตลาดขณะนั้นเท่าใด คำนวณได้ยอดดังกล่าวมาอย่างไร คงนำสืบเพียงว่าจำเลยคนใดลักเนื้อกระบือส่วนไหนไปเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบเรื่องราคาทรัพย์ไว้ไม่สมฟ้องและไม่มีข้อมูลให้ศาลคำนวณเพื่อกำหนดตามราคาอันแท้จริงขึ้นได้ ดังนี้ศาลจึงไม่ต้องกำหนดราคาทรัพย์ซึ่งจำเลยจะต้องใช้ให้แก่เจ้าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 335
ป.วิ.อ. มาตรา 47
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2524
พ.ศ. 2524
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ให้จำเลยคืนที่ดินหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยได้ชำระราคาที่ดินให้แก่ตัวแทนของผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ในส่วนแพ่งด้วย ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาวินิจฉัยต้องกันว่า ข้อที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินค่าที่ดินที่ยังค้างชำระชอบที่จะไปว่ากล่าวกันในทางแพ่งและพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ย่อมมีผลให้คำพิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 40
ป.วิ.อ. มาตรา 44
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ในคดีส่วนแพ่ง ปัญหาที่ว่าคนขับรถของฝ่ายใดประมาทนั้นคู่ความตกลงกันให้ถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา หากศาลสูงพิจารณาคดีถึงที่สุดว่า จำเลยที่ 1 คนขับรถของจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายผิด จำเลยที่ 2 ยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีถึงที่สุดว่าทั้งสองฝ่ายมีความผิดและลงโทษจำคุก แม้คดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าเคยขับรถทั้งสองฝ่ายมีความผิด ก็ยังแสดงว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดด้วยอยู่นั่นเอง ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องถือข้อเท็จจริงต…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 424
ป.พ.พ. มาตรา 442
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ผู้เสียหายเป็นนายตรวจสรรพสามิต จับจำเลยที่ 2 ในข้อหามีสุราผิดกฎหมาย ขณะพาไปจวนถึงหน้าร้านจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ล้วงปืนพกของผู้เสียหายด้วยเจตนาต่อสู้ขัดขวางการจับกุม มิได้มีเจตนาลัก แล้ววิ่งหนีไปส่งปืนให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นบิดา เป็นเวลากระทันหันในทันทีทันใดไม่มีพฤติการณ์ให้รู้มาก่อนว่าจำเลยที่ 2 ถูกจับแล้วหนีมา ผู้เสียหายไม่แต่งเครื่องแบบ ทั้งไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าปืนนั้นเป็นของตน การที่ผู้เสียหายเข้าแย่งปืนจำเลยที่ 1 ไม่ยอมให้นั้นน่าจะเพื่อมิให้เกิด…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 335
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 44
ป.วิ.อ. มาตรา 47
ผู้เสียหายเป็นนายตรวจสรรพสามิต จับจำเลยที่ 2 ในข้อหามีสุราผิดกฎหมาย ขณะพาไปจวนถึงหน้าร้านจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ล้วงปืนพกของผู้เสียหายด้วยเจตนาต่อสู้ขัดขวางการจับกุม มิได้มีเจตนาลัก แล้ววิ่งหนีไปส่งปืนให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นบิดา เป็นเวลากระทันหันในทันทีทันใดไม่มีพฤติการณ์ให้รู้มาก่อนว่าจำเลยที่ 2 ถูกจับแล้วหนีมา ผู้เสียหายไม่แต่งเครื่องแบบ ทั้งไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าปืนนั้นเป็นของตน การที่ผู้เสียหายเข้าแย่งปืนจำเลยที่ 1 ไม่ยอมให้นั้นน่าจะเพื่อมิให้เกิด…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 335
ป.วิ.อ. มาตรา 43
ป.วิ.อ. มาตรา 44
ป.วิ.อ. มาตรา 47
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา