Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีส่วนอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีส่วนแพ่งนี้ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยว่า การที่รถจำเลยชนรถโจทก์ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถ ฝ่าไฟแดงตามฟ้อง เหตุอาจเกิดจากความประมาทของจำเลยประการอื่น เช่นขับด้วย ความเร็วสูง แต่เมื่อมิได้ปรากฏลักษณะความประมาทดังกล่าวในฟ้องโจทก์ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีหน้าที่วินิจฉัย พิพากษายกฟ้องสำหรับ คดีส่วนแพ่งที่โจทก์ฟ้องนี้ข้อที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยขับรถประมาท มี 2 ข้อคือจำเลย ขับรถฝ่าไฟแดงและจำเลยขับรถเร็วกว่าอัตรากฎหมาย กำหนด ดังนั้นข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งที่ศาลจำต้องถือตามที่ ปรากฏ ในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาจึงมีเพียงว่าจำเลยมิได้ ขับรถประมาท ฝ่าไฟแดงส่วนประเด็นข้อที่ว่าจำเลยขับรถประมาทด้วยความเร็วสูง เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดศาลทหารกรุงเทพมิได้วินิจฉัยไว้และ ประเด็นว่าจำเลยขับรถประมาทด้วยความเร็วสูงกับขับรถฝ่าไฟแดงนั้น ไม่เกี่ยวเป็นส่วนประกอบกันจึงชอบที่ศาลจะต้องวินิจฉัยในคดีส่วนแพ่งเฉพาะประเด็นที่ศาลทหารกรุงเทพยังมิได้วินิจฉัยคดี ส่วนอาญาให้สิ้นกระแสความก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.อ. มาตรา 45 ป.วิ.อ. มาตรา 46 ป.วิ.อ. มาตรา 47 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วสูงเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดโดยประมาท ชนรถสามล้อโจทก์เสียหายและโจทก์ได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ขับรถโดยประมาท แต่โจทก์เป็นฝ่ายประมาทโดยขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงโดยไม่หยุด พุ่งเข้าชนรถจำเลยเสียหาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย โจทก์เรียกค่าเสียหายเกินความจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ เฉพาะประเด็นจำเลยขับรถประมาทด้วยความเร็วสูงและค่าเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยขับรถประมาทมี ๒ ข้อ ข้อแรกว่าจำเลยขับรถฝ่าไฟแดง และข้อที่ ๒ ว่าจำเลยขับรถเร็วกว่าอัตรากฎหมายกำหนด คดีส่วนอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่งคดีนี้ ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๔๙ ก./๒๕๒๔ ของศาลทหารดังกล่าวว่า การที่รถจำเลยชนกับโจทก์คดีนี้ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถฝ่าไฟแดงตามฟ้องเหตุอาจเกิดจากความประมาทของจำเลยประการอื่น เช่น ขับด้วยความเร็วสูงแต่เมื่อมิได้ปรากฏลักษณะความประมาทดังกล่าวในฟ้องโจทก์ ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีหน้าที่วินิจฉัย พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ดังนั้นข้อเท็จจริงในคดีนี้ที่ศาลจำต้องถือตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาจึงมีเพียงว่าจำเลยมิได้ขับรถประมาทฝ่าไฟแดง

ส่วนประเด็นข้อที่ว่าจำเลยขับรถประมาทโดยขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ศาลทหารกรุงเทพมิได้วินิจฉัยไว้เพราะไม่มีประเด็นในคดีอาญานั้น และประเด็นว่าจำเลยขับรถประมาทด้วยความเร็วสูงกับขับรถฝ่าไฟแดงหาได้เกี่ยวเป็นส่วนประกอบกันดังที่จำเลยฎีกาไม่เพราะถ้าจำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงเมื่อได้สัญญาณไฟเขียวชนรถโจทก์ ซึ่งแล่นตัดหน้าผ่านสี่แยกเพราะได้สัญญาณไฟเขียวในด้านรถของโจทก์ก่อน แต่ขับยังไม่พ้นสี่แยก จำเลยก็อาจจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ หรือถ้าจำเลยขับรถช้าแต่ฝ่าไฟแดงชนรถโจทก์เสียหาย จำเลยก็อาจต้องชดใช้เช่นเดียวกัน ชอบที่ศาลจะวินิจฉัยในคดีทางแพ่งเฉพาะประเด็นที่ศาลทหารกรุงเทพยังมิได้วินิจฉัยคดีส่วนอาญาให้สิ้นกระแสความก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ในประเด็นที่ว่าจำเลยขับรถประมาทด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนดชนรถโจทก์เสียหาย และประเด็นค่าเสียหายจึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสมาน เวทวินิจ
ศาลอุทธรณ์ - นายกระสินธุ์ นันทกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16104/2556

ในคดีส่วนอาญา พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก. และจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 291 และข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โจทก์คดีนี้เข้าร่วมเป็นโจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22850/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามสัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าบกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 5 ข้อ 4 เกี่ยวกับการส่งมอบงานงวดที่ 3 อันเป็นงวดสุดท้าย คู่สัญญาทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องมีการทดลองระบบทุกระบบที่ติดต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 18432)

โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานปลอมเอกสารเมื่อคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดโดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ปลอมเอกสาร ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่ว่าจำเลยได้ปลอมเอกสารหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีแพ่งที่เกี่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้