พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2553
10 มาตรา · ประกาศ 16 ก.ค. 2553
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๕ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”
(๒) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์มหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.บ.”
(๓) สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.บ.”
(๔) สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “คหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “คศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “คหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “คศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “คหกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “คศ.บ.”
(๕) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาสองชั้น คือ (ก) โท เรียกว่า “เทคโนโลยีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.ม.” (ข) ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.”
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”
(๗) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”
(๘) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.บ.”
(๙) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”
(๑๐) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”
(๑๑) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”
(๑๒) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศึกษาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.บ.”
(๑๓) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”
(๑๔) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.บ.”
(๑๕) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๒.๓ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบทอง กว้าง ๐.๗ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบผ้ามันตามสีประจำคณะหรือวิทยาลัย กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีเงิน สูง ๖ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็นสามตอน ระยะห่างตอนละ ๑.๕ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๖.๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบผ้ามันตามสีประจำคณะหรือวิทยาลัย กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร (ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๒.๓ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบทอง กว้าง ๐.๗ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบผ้ามันตามสีประจำคณะหรือวิทยาลัย กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขนสองตอน
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขนหนึ่งตอน
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนหกแถบ บนผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๘ เซนติเมตร มีสำรดเฉียงโดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร วางเฉียง ๓๖ องศา ทาบบนสำรดรอบขอบบริเวณกลางอกเสื้อมีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง แบ่งครึ่งผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้มที่เหลือ ๘ เซนติเมตร ทาบแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร บนผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม ณ จุดแบ่งครึ่งข้างละหนึ่งแถบ รวมสองแถบ และใช้แถบทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทาบบนผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้มนั้น ส่วนที่เหลือทั้งสองข้างมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖ เซนติเมตร ติดกลางสำรดเฉียงทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็นสามตอน ระยะห่างตอนละ ๒ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง (ค) สำรดปลายแขน แบ่งเป็นสามตอน ระยะห่างตอนละ ๒ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยรูปดอกไม้ทิพย์เก้าดอก มีเกสรเป็นพลอยสีน้ำเงินเข้ม กึ่งกลางสายสร้อยประดับตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยดุนนูนลงยา ยึดติดกับครุยประมาณร่องหัวไหล่
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับ
(๓) คณาจารย์ เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่สำรดรอบขอบพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบทอง กว้าง ๐.๗ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ส่วนที่เหลือทั้งสองข้างมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๑) คณะการแพทย์บูรณาการสีแดง
(๒) คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมสีม่วง
(๓) คณะเทคโนโลยีการเกษตรสีเขียว
(๔) คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์สีชมพู
(๕) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนสีเทา
(๖) คณะบริหารธุรกิจสีฟ้า
(๗) คณะพยาบาลศาสตร์สีขาว
(๘) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสีน้ำตาล
(๙) คณะวิศวกรรมศาสตร์สีแดงเลือดหมู
(๑๐) คณะศิลปกรรมศาสตร์สีส้ม
(๑๑) คณะศิลปศาสตร์สีเหลือง
(๑๒) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สีน้ำตาลอมเหลือง
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้เปิดสอนสาขาวิชาการบัญชีเพิ่มขึ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
เพื่อกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้เปิดสอนสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์เพิ่มขึ้น และกำหนดเพิ่มเติมชั้นปริญญาโทในสาขาวิชาเทคโนโลยีด้วย สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว และกำหนดสีประจำคณะสำหรับคณะพยาบาลศาสตร์
รวมทั้งแก้ไขชื่อวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย เป็นคณะการแพทย์บูรณาการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้