พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2554
10 มาตรา · ประกาศ 17 มิ.ย. 2554 · แก้ไขล่าสุดโดย พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๕๑ วรรคสอง และมาตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.บ.”
(๒) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศึกษาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีเขียวเข้มเย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบผ้าสักหลาดสีประจำคณะหรือวิทยาลัยกว้าง ๗ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อมีโบทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ติดบนแถบผ้าสักหลาดระดับหน้าอกทั้งสองข้าง และเครื่องหมายสถาบันมีลักษณะเป็นรูปวงกลมทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร ติดกึ่งกลางบนโบทั้งสองข้าง ตอนกลางตัวเสื้อเหนือขอบเอว๗ เซนติเมตร มีสายทองถัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๒๐ เซนติเมตร ส่วนปลายเป็นพู่สีประจำคณะหรือวิทยาลัยยาว ๖ เซนติเมตร และมีแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดด้านหลังกึ่งกลางตัวเสื้อตามแนวดิ่ง ชายเสื้อมีแถบสีทองกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง๑ เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ และแถบผ้าสีดำมัน กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดสลับกันระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ปลายแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิตเว้นแต่ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ และแถบผ้าสีดำมัน กว้าง ๒.๕เซนติเมตร จำนวนสองแถบติดสลับกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสองแถบ และแถบผ้าสีดำมัน กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบติดสลับกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๑) นายกสภาสถาบัน ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีเขียวเข้มเย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบผ้าสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง ๓ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร และแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้มกว้าง ๑ เซนติเมตร ตอนกลางของแถบผ้าสักหลาดสีน้ำเงินมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อมีโบทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ติดบนแถบผ้าสักหลาดระดับหน้าอกทั้งสองข้าง และเครื่องหมายสถาบันมีลักษณะเป็นรูปวงกลมทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร ติดกึ่งกลางบนโบทั้งสองข้าง ตอนกลางตัวเสื้อเหนือขอบเอว๗ เซนติเมตร มีสายทองถัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๒๐ เซนติเมตร ส่วนปลายเป็นพู่สีทองยาว ๖ เซนติเมตร และมีแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดด้านหลังกึ่งกลางตัวเสื้อตามแนวดิ่ง ชายเสื้อมีแถบสีทองกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดต้นแขนและสำรดปลายแขนดังต่อไปนี้ (ก) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง ๙ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้มกว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร (ข) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง ๑๔ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดปลายแขนมีแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง๑ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ถัดมาเป็นแถบผ้าสักหลาดสีเขียวเข้มกว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้าง และถัดมาอีกเป็นแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้างตอนกลางของสำรดปลายแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
(๒) กรรมการสภาสถาบัน เช่นเดียวกับนายกสภาสถาบันเว้นแต่ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวนสองแถบติดเรียงกันระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร และสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง ๔.๕ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภาสถาบันเว้นแต่มีแถบผ้าสักหลาดสีขาว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตรและแถบผ้าสักหลาดสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อไม่มีแถบสีทองตอนกลางแขนทั้งสองข้าง และมีสำรดต้นแขนและสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีดำกว้าง ๔.๕ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่างจากสำรดต้นแขน๑ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตรทั้งสองข้าง (ข) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีดำกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่างจากสำรดปลายแขน๑ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๔) รองอธิการบดี เช่นเดียวกับอธิการบดีเว้นแต่ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ๐.๕ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง
(๕) ผู้ช่วยอธิการบดี เช่นเดียวกับรองอธิการบดีเว้นแต่ต้นแขนมีแถบผ้าสักหลาดสีดำ กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร และทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตรทั้งสองข้าง
(๖) คณบดีและผู้อำนวยการวิทยาลัย เช่นเดียวกับผู้ช่วยอธิการบดีเว้นแต่มีแถบผ้าสักหลาดสีประจำคณะหรือวิทยาลัย กว้าง ๗ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร และแถบผ้าสักหลาดสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อมีโบทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ติดบนแถบผ้าสักหลาดระดับหน้าอกทั้งสองข้าง และเครื่องหมายสถาบันมีลักษณะเป็นรูปวงกลมทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร ติดกึ่งกลางบนโบทั้งสองข้าง ตอนกลางตัวเสื้อเหนือขอบเอว๗ เซนติเมตร มีสายทองถัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๒๐ เซนติเมตร ส่วนปลายเป็นพู่สีประจำคณะหรือวิทยาลัยยาว ๖ เซนติเมตร ต้นแขนและปลายแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดเรียงกันระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕เซนติเมตร ทั้งสองข้าง
(๗) รองคณบดีและรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเช่นเดียวกับคณบดีและผู้อำนวยการวิทยาลัย เว้นแต่ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตรจำนวนหนึ่งแถบ และแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ๐.๕ เซนติเมตร
(๘) คณาจารย์ เช่นเดียวกับรองคณบดีและรองผู้อำนวยการวิทยาลัย เว้นแต่ต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๑) คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สีส้ม
(๒) คณะศิลปวิจิตร สีชมพู
(๓) คณะศิลปศึกษา สีฟ้า
(๔) วิทยาลัยช่างศิลปทุกแห่ง สีเหลือง
(๕) วิทยาลัยนาฏศิลปทุกแห่ง สีเขียว
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ เนื่องจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้แก้ไขเพิ่มเติมครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งรวมทั้งกำหนดสีประจำวิทยาลัยของวิทยาลัยช่างศิลปทุกแห่งและวิทยาลัยนาฏศิลปทุกแห่งเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้