Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2555

8 ข้อ · ประกาศ 31 ต.ค. 2555

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 นายกสภาสถาบันต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์สูงด้านการบริหารจากภาครัฐหรือภาคเอกชนไม่น้อยกว่าห้าปี โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น
(๙) ไม่เป็นข้าราชการครู คณาจารย์ประจำ เจ้าหน้าที่ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น
(๑๐) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๑๑) ไม่เป็นนายกสภาสถาบันแห่งอื่นในขณะเดียวกัน
ข้อ 2 กรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ทางด้านการอาชีวศึกษา ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการเงินการคลัง
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น
(๘) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๙) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(๑๐) ไม่เป็นกรรมการสภาสถาบันเกินกว่าสองแห่งในขณะเดียวกัน
ข้อ 3 การเลือกกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคนเพื่อดำเนินการคัดเลือกและเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ รวมกันไม่น้อยกว่าแปดคน เสนอต่อคณะกรรมการตาม (๒) เพื่อพิจารณา
(๒) แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคนเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอรายชื่อจากคณะกรรมการตาม (๑) เป็นกรรมการสภาสถาบันจำนวนสี่คน
ข้อ 4 การเลือกกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๔) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรรมการสภาสถาบันซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบัน ให้สถาบันจัดให้ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ หรือผู้อำนวยการหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัดสถาบันเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน และให้รองผู้อำนวยการวิทยาลัย รองผู้อำนวยการสำนัก รองผู้อำนวยการศูนย์ หรือรองผู้อำนวยการหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัดสถาบันเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน
(๒) กรรมการสภาสถาบันซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูหรือคณาจารย์ประจำที่มิได้เป็นผู้บริหารสถาบัน ให้สถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนข้าราชการครูหรือคณาจารย์ประจำของสถานศึกษานั้นแห่งละสองคน และให้สถาบันจัดให้ข้าราชการครูหรือคณาจารย์ประจำที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนสองคน
ข้อ 5 กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๓ (๕) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสภาสถาบันการอาชีวศึกษาไม่น้อยกว่าห้าปี
(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น
(๙) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๑๐) ไม่เป็นข้าราชการครู คณาจารย์ประจำ เจ้าหน้าที่ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสถาบันหรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น
(๑๑) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่เป็นผู้แทนซึ่งมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๑๒) ไม่เป็นกรรมการสภาสถาบันเกินกว่าสองแห่งในขณะเดียวกัน
ข้อ 6 กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ ซึ่งมาจากภาคเอกชนต้องเป็นสมาชิก หุ้นส่วน กรรมการ กรรมการบริหาร หรือผู้บริหารองค์กรที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่
ข้อ 7 กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ ซึ่งมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่
ข้อ 8 การสรรหากรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๓ (๕) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้กรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) และ (๔) ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการอาชีวศึกษา ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการเงินการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่เกินแปดคน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่อย่างน้อยประเภทละสองคน
(๒) ให้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) ต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเลือกให้เหลือจำนวนสี่คนและแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนจำนวนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งคน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือสรรหากรรมการสภาสถาบัน
และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้