มาตรา 109 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๒ สมาคม
(๑) การยื่นคำขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียน
(๒) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การคัดสำเนาเอกสารและค่าธรรมเนียมการขอให้นายทะเบียนดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับสมาคม รวมทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว
(๓) การดำเนินกิจการของสมาคมและการทะเบียนสมาคม
(๔) การอื่นใดเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติในส่วนนี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
45 คดี
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินทำสัญญาให้เช่าที่ดินเพื่อให้เช่าช่วงปลูกห้องแถว ผู้เช่าที่ดินได้โดยการเช่าที่ดินกันต่อมาจนถึงจำเลย ภายหลังโจทก์จำเลยเป็นความกัน ศาลพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินซึ่งจำเลยเช่าคืนให้โจทก์ ผู้เช่าห้องแถวย่อมไม่ใช่เป็นผู้เช่าช่วงที่ดิน ถือว่าเป็นบริวารของจำเลย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 545
ป.วิ.พ. มาตรา 142
จำเลยได้เช่าที่ดินของผู้ร้องขัดทรัพย์ปลูกตึกตึกย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกนี้ได้ก็อาศัยสัญญาเช่าที่ดินและตึกนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเมื่อไร ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (อ้างฎีกา 561/2488)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1299
จำเลยได้เช่าที่ดินของผู้ร้องขัดทรัพย์ปลูกตึกตึกย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกนี้ได้ก็อาศัยสัญญาเช่าที่ดินและตึกนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเมื่อไร ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (อ้างฎีกา 561/2488)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1299
จำเลยที่ 1 ให้เงินแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาจำเลยที่ 2 ที่จะแต่งงาน เป็นค่าเรือนหอ โจทก์ยินยอมให้เอาเรือนพิพาทเป็นเรือนหอ เมื่อแต่งงานแล้วจำเลยทั้ง 2 ก็อยู่ในเรือนพิพาท เรือนพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1เมื่อจำเลยต้องการจะย้ายที่อยู่ ได้จัดการย้ายเรือนพิพาทไป เช่นนี้ โจทก์จะมาเรียกให้จำเลยคืนเรือนไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1463
ป.พ.พ. มาตรา 1436
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 521
ป.พ.พ. มาตรา 109
จำเลยที่ 1 ให้เงินแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาจำเลยที่ 2 ที่จะแต่งงาน เป็นค่าเรือนหอ โจทก์ยินยอมให้เอาเรือนพิพาทเป็นเรือนหอ เมื่อแต่งงานแล้วจำเลยทั้ง 2 ก็อยู่ในเรือนพิพาท เรือนพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1เมื่อจำเลยต้องการจะย้ายที่อยู่ ได้จัดการย้ายเรือนพิพาทไป เช่นนี้ โจทก์จะมาเรียกให้จำเลยคืนเรือนไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1463
ป.พ.พ. มาตรา 1436
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 521
ป.พ.พ. มาตรา 109
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พลูเป็นไม้ยืนต้นจึงเป็นส่วนควบของดิน ผู้ใดเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ เจ้าของที่ดินตัดฟันต้นพลูซึ่งผู้เช่าปลูกอยู่ในที่ดินของตนก็เท่ากับทำลายทรัพย์ของตนเอง จึงไม่มีความผิดฐานทำลายทรัพย์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324
ป.พ.พ. มาตรา 108
ป.พ.พ. มาตรา 109
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พลูเป็นไม้ยืนต้นจึงเป็นส่วนควบของดิน ผู้ใดเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ เจ้าของที่ดินตัดฟันต้นพลูซึ่งผู้เช่าปลูกอยู่ในที่ดินของตนก็เท่ากับทำลายทรัพย์ของตนเอง จึงไม่มีความผิดฐานทำลายทรัพย์
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324
ป.พ.พ. มาตรา 108
ป.พ.พ. มาตรา 109
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ไม้ที่ตีทำนองเป็นฝาแต่ตีผิดธรรมดา กล่าวคือตีตะปูหัวกระดานและท้ายกระดานข้างละ 1 ตัว ไม้ที่ตีก็เหลื่อมยาวออกนอกเสาข้างละศอกเศษ บางด้านทำเป็นฝาซ้อน ฝาก็ตีไม่ชิดหรือซ้อนกัน (ทับเกล็ด) ตีห่างเป็นช่องเล็ก บ้างใหญ่บ้างไม่เท่ากัน ทั้งเป็นไม้ที่ยังใหม่ และยังไม่ไสกบเช่นนี้เป็นการกระทำขึ้นชั่วคราวไม่มีเจตนาจะประกอบเป็นสิ่งก่อสร้างจริงจังแต่อย่างใด หากแต่ทำพรางไว้เลี่ยงกฎหมายจะฟังว่าไม้ที่ประกอบอยู่เป็นสิ่งก่อสร้างยังไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 100
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 73
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 3
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ไม้ที่ตีทำนองเป็นฝาแต่ตีผิดธรรมดา กล่าวคือตีตะปูหัวกระดานและท้ายกระดานข้างละ 1 ตัว ไม้ที่ตีก็เหลื่อมยาวออกนอกเสาข้างละศอกเศษ บางด้านทำเป็นฝาซ้อน ฝาก็ตีไม่ชิดหรือซ้อนกัน (ทับเกล็ด) ตีห่างเป็นช่องเล็ก บ้างใหญ่บ้างไม่เท่ากัน ทั้งเป็นไม้ที่ยังใหม่ และยังไม่ไสกบเช่นนี้เป็นการกระทำขึ้นชั่วคราวไม่มีเจตนาจะประกอบเป็นสิ่งก่อสร้างจริงจังแต่อย่างใด หากแต่ทำพรางไว้เลี่ยงกฎหมายจะฟังว่าไม้ที่ประกอบอยู่เป็นสิ่งก่อสร้างยังไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 100
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 73
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 3
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การซื้อขายเรือนซึ่งไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ย่อมไม่เป็นโมฆะเสมอไป ยังต้องอาศัยข้อเท็จจริงในทางพิจารณาอยู่ว่าเป็นการซื้อขายเรือนเพื่อรื้อเอาไป หรือว่าเป็นการซื้อขายเพื่อให้เรือนคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งข้อบัญญัติของกฎหมายย่อมมีนัยต่างกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 100
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.วิ.พ. มาตรา 24
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การซื้อขายเรือนซึ่งไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ย่อมไม่เป็นโมฆะเสมอไป ยังต้องอาศัยข้อเท็จจริงในทางพิจารณาอยู่ว่าเป็นการซื้อขายเรือนเพื่อรื้อเอาไป หรือว่าเป็นการซื้อขายเพื่อให้เรือนคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งข้อบัญญัติของกฎหมายย่อมมีนัยต่างกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 100
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.วิ.พ. มาตรา 24
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2491
พ.ศ. 2491
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโรงซึ่งอ้างว่าเป็นของโจทก์ทางพิจารณาได้ความว่า โรงเป็นของจำเลย แต่ที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลพิพากษาว่าให้จำเลยรื้อโรงออกไปเสียจากที่ดินของโจทก์ ดังนี้มีความหมายว่าจำเลยย่อมมีสิทธิรื้อไปได้ ไม่ใช่บังคับให้จำเลยรื้อบุคคลอาจเป็นเจ้าของโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นได้ ดังที่บัญญัติไว้ในเรื่องสิทธิเหนือพื้นดินตาม มาตรา 1410
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 1410
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 142
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2491
พ.ศ. 2491
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโรงซึ่งอ้างว่าเป็นของโจทก์ทางพิจารณาได้ความว่า โรงเป็นของจำเลย แต่ที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลพิพากษาว่าให้จำเลยรื้อโรงออกไปเสียจากที่ดินของโจทก์ ดังนี้มีความหมายว่าจำเลยย่อมมีสิทธิรื้อไปได้ ไม่ใช่บังคับให้จำเลยรื้อบุคคลอาจเป็นเจ้าของโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นได้ ดังที่บัญญัติไว้ในเรื่องสิทธิเหนือพื้นดินตาม มาตรา 1410
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 1410
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 142
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โรงเรือนเป็นสิ่งปลูกสร้างอันมีลักษณะถาวรติดกับที่ดินย่อมเป็นส่วนควบกับที่ดิน นอกจากจะแสดงว่า ปลูกไว้ชั่วคราวในหนังสือโอนที่ดินระบุว่าพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างฝ่ายผู้ยกให้จะนำพยานบุคคลมาสืบว่า ความจริงไม่ได้โอนสิ่งปลูกสร้างไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.วิ.พ. มาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โรงเรือนเป็นสิ่งปลูกสร้างอันมีลักษณะถาวรติดกับที่ดินย่อมเป็นส่วนควบกับที่ดิน นอกจากจะแสดงว่า ปลูกไว้ชั่วคราวในหนังสือโอนที่ดินระบุว่าพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างฝ่ายผู้ยกให้จะนำพยานบุคคลมาสืบว่า ความจริงไม่ได้โอนสิ่งปลูกสร้างไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.วิ.พ. มาตรา 94
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา