เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้ โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดตึกเฉพาะชั้นที่ 3 ของตึกสามชั้น ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของผู้ร้อง อ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่า จำเลยเช่าที่ดินของผู้ร้องปลูกตึกรายนี้ ค่าเช่าเดือนละ 800 บาท เมื่อสร้างตึกเสร็จแล้วจำเลยไม่สามารถทำการค้าในตึกชั้นที่ 3 และไม่มีเงินจะให้ค่าเช่าที่ดิน จึงทำสัญญายกตึกชั้นที่ 3 ให้แก่ผู้ร้อง ๆ ได้ครอบครองตึกชั้นที่ 3 ตลอดมาศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้โอนตึกชั้นที่ 3 ให้แก่ผู้ร้องแล้วจึงให้ถอนการยึดทรัพย์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยยังไม่ได้โอนตึกให้แก่ผู้ร้อง พิพากษากลับให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเสียผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า
ตึกสามชั้นรายนี้ตามธรรมดาย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 หากแต่ว่าอาศัยสัญญาเช่าที่ดินระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยจึงเพียงได้ชื่อว่ามีสิทธิอยู่ในตึกนี้ชั่วระยะเวลาที่มีสิทธิตามสัญญาเช่าเท่านั้น และตึกรายนี้ย่อมตกเป็นส่วนควบของเจ้าของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเมื่อใด ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้โอนตึกชั้น 3ให้แก่ผู้ร้องแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ตามคำบังคับของศาลชั้นต้น