กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. 2558
21 ข้อ · ประกาศ 2 เม.ย. 2558
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด ๑ ลักษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการ ของสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
(๑) ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(๒) อาคารต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่อยู่ในสภาพชำรุดและเสี่ยงต่ออันตรายจากการใช้สอย
(๓) บริเวณทั้งภายนอกและภายในต้องสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย จัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย
(๔) การสัญจรและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องกระทำได้โดยสะดวก
(๕) มีห้องตรวจหรือห้องให้การรักษาเป็นสัดส่วนและมิดชิด
(๖) มีห้องน้ำห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอย่างน้อยหนึ่งห้อง
(๗) มีแสงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ ไม่มีกลิ่นอับทึบ
(๘) มีระบบการเก็บและกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่เหมาะสม
(๙) มีระบบการควบคุมการติดเชื้อที่เหมาะสม
(๑๐) กรณีบริการเอกซเรย์ การบริการจะต้องได้มาตรฐานและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
(๑) มีความปลอดภัย มีความสะดวก และเหมาะสมต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการในการประกอบวิชาชีพนั้น
(๒) ได้มาตรฐานตามลักษณะวิชาชีพตามที่สภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนด แล้วแต่กรณี
(๓) พื้นที่ให้บริการจะต้องมีพื้นที่เชื่อมและเปิดติดต่อถึงกันได้ และไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือพื้นที่เดียวกับการประกอบอาชีพอื่น
(๔) พื้นที่ให้บริการจะต้องไม่ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกับสถานพยาบาลของกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น และสภากาชาดไทย ซึ่งให้บริการในลักษณะเดียวกัน
(๕) กรณีที่มีการให้บริการในอาคารเดียวกับการประกอบกิจการอื่น จะต้องมีการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน และกิจการอื่นต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินได้สะดวก
(๖) กรณีที่มีการให้บริการของลักษณะสหคลินิกหรือมีคลินิกหลายลักษณะอยู่ในอาคารเดียวกัน จะต้องมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้ชัดเจน และแต่ละสัดส่วนต้องมีพื้นที่และลักษณะตามมาตรฐานของการให้บริการนั้น
หมวด ๒ ลักษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการ ของสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
(๑) โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่เก้าสิบเอ็ดเตียงขึ้นไป
(๒) โรงพยาบาลขนาดกลาง ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สามสิบเอ็ดเตียงขึ้นไปแต่ไม่เกินเก้าสิบเตียง
(๓) โรงพยาบาลขนาดเล็ก ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยไม่เกินสามสิบเตียง
(๑) ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(๒) โครงสร้างของอาคารต้องไม่ติดกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น
(๓) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป จะต้องมีลิฟท์บรรทุกเตียงผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งตัว และเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของจำนวนเตียง หรือมีทางลาดเอียงเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
(๔) ทางสัญจรร่วมในส่วนที่ให้บริการผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการขนส่งผู้ป่วยโดยเตียงเข็นต้องกว้างไม่น้อยกว่าสองเมตร ถ้ามีระดับพื้นสูงต่ำไม่เท่ากัน ต้องมีทางลาดเอียงซึ่งมีความชันไม่เกินสิบห้าองศา
(๕) ต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และผู้พิการแต่ละประเภทโดยอย่างน้อยต้องมีทางลาดเอียง ราวเกาะ และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ
(๖) กรณีที่มีการจัดสถานที่เพื่อกิจการอื่นซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของ ให้กระทำได้โดยอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการให้บริการที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลนั้น ๆ ทั้งนี้ การจัดบริการอื่นดังกล่าวจะต้องไม่อยู่ในบริเวณแผนกผู้ป่วยในและแยกเป็นสัดส่วนโดยไม่ปะปนกับการให้บริการในบริเวณแผนกผู้ป่วยนอก
(๑) มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ (๑) (๒) (๔) และ (๖) ทั้งนี้ ทางลาดเอียงให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(๒) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สองชั้นขึ้นไปจะต้องมีลิฟต์บรรทุกเตียงผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งตัว และเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของจำนวนเตียง หรือมีทางลาดเอียงเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
(๓) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและผู้พิการแต่ละประเภท และห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (ก) ประตูเป็นแบบเปิดออกภายนอกหรือแบบบานเลื่อน ขนาดกว้างสุทธิไม่น้อยกว่าเก้าสิบเซนติเมตร มือจับแบบก้านโยกหรือแกนผลัก และสามารถเปิดจากภายนอกได้ (ข) โถส้วมชนิดนั่งราบมีพนักพิงที่มั่นคงและราวจับที่ด้านข้างของที่นั่งเพื่อช่วยการพยุงตัว (ค) บริเวณที่อาบน้ำ มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำสูงจากพื้นไม่เกินสี่สิบห้าเซนติเมตร พนักพิงที่มั่นคง ราวจับที่ด้านข้างของที่นั่งเพื่อช่วยการพยุงตัว และก๊อกน้ำของฝักบัวเป็นชนิดก้านโยกหรือก้านหมุน (ง) มีระบบเรียกพยาบาลที่เข้าถึงได้โดยสะดวก (จ) มีราวจับตั้งแต่ประตูไปจนถึงโถส้วมและบริเวณที่อาบน้ำ
(๑) มีความปลอดภัย มีความสะดวก และเหมาะสมต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการในการประกอบวิชาชีพตามประเภทและสาขานั้น
(๒) ได้มาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่สภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนด แล้วแต่กรณี
(๓) ได้รับอนุญาตเป็นอาคารสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคาร
(๔) มีลักษณะถูกสุขลักษณะตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๕) มีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
(๖) มีรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๕) แผนกเภสัชกรรม
(๖) แผนกกายภาพบำบัด
(๗) แผนกเทคนิคการแพทย์
(๘) แผนกรังสีวิทยา
(๙) แผนกผ่าตัด
(๑๐) แผนกสูติกรรม
(๑๑) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๑๒) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๑๓) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๔) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๕) ระบบน้ำสำรอง
(๑๖) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรม
(๕) แผนกรังสีวิทยา
(๖) แผนกผ่าตัด
(๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๙) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๑) ระบบน้ำสำรอง
(๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลทันตกรรมขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) หรือ (๖) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกการผดุงครรภ์
(๕) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๗) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๘) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๙) ระบบน้ำสำรอง
(๑๐) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๔) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๕) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๖) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๗) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๘) ระบบน้ำสำรอง
(๙) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรมไทย
(๕) แผนกการผดุงครรภ์ไทย
(๖) แผนกการนวดไทย
(๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๙) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๑) ระบบน้ำสำรอง
(๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) หรือ (๖) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรมไทย
(๕) แผนกการผดุงครรภ์ไทยประยุกต์
(๖) แผนกหัตถเวชกรรมไทย
(๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๙) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๑) ระบบน้ำสำรอง
(๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๕) แผนกเภสัชกรรม
(๖) แผนกกายภาพบำบัด
(๗) แผนกเทคนิคการแพทย์
(๘) แผนกรังสีวิทยา
(๙) แผนกอายุรศาสตร์
(๑๐) แผนกโภชนาการ
(๑๑) การบริการออร์โธปิดิคส์
(๑๒) การบริการจิตเวช
(๑๓) การบริการส่งเสริมสุขภาพ
(๑๔) การบริการทันตกรรม
(๑๕) ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วย
(๑๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๑๗) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๘) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๙) ระบบน้ำสำรอง
(๒๐) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๗) และ (๘) แต่จะต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา โรงพยาบาลผู้สูงอายุอาจไม่จัดให้มีบริการตาม (๖) ได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรม
(๕) แผนกกายภาพบำบัด
(๖) แผนกกิจกรรมบำบัด
(๗) แผนกโภชนาการ
(๘) การบริการเทคนิคการแพทย์
(๙) การบริการรังสีวิทยา
(๑๐) การบริการทันตกรรม
(๑๑) ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วย
(๑๒) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๑๓) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(๑๔) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๕) ระบบน้ำสำรอง
(๑๖) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) แต่จะต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุอาจไม่จัดให้มีบริการตาม (๕) และ (๖) ได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๕) แผนกเภสัชกรรม
(๖) แผนกเทคนิคการแพทย์
(๗) แผนกรังสีวิทยา
(๘) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๙) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๑) ระบบน้ำสำรอง
(๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) หรือ (๗) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
(๑) แผนกเวชระเบียน
(๒) แผนกผู้ป่วยนอก
(๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๕) แผนกเภสัชกรรม
(๖) แผนกเทคนิคการแพทย์
(๗) แผนกรังสีวิทยา
(๘) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
(๙) ระบบควบคุมการติดเชื้อ
(๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง
(๑๑) ระบบน้ำสำรอง
(๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) หรือ (๗) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
บทเฉพาะกาล
(๑) คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นคลินิกเฉพาะทาง
(๒) คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นคลินิกเฉพาะทาง
(๓) คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นคลินิกการแพทย์แผนไทย
(๔) สถานพยาบาลเวชกรรมทั่วไป ให้เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก
(๕) สถานพยาบาลเวชกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดเล็ก
(๖) สถานพยาบาลทันตกรรมทั่วไปและสถานพยาบาลทันตกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นโรงพยาบาลทันตกรรมขนาดเล็ก
(๗) สถานพยาบาลการผดุงครรภ์ ให้เป็นโรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขนาดเล็ก
(๘) สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยขนาดเล็ก
(๙) สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทย ให้เป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็ก
(๑๐) สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็ก
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๘ ให้คลินิกการแพทย์แผนไทยที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เป็นคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี โดยโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องจัดให้มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘
กำหนดให้การดำเนินการสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องดำเนินการในลักษณะของคลินิกการแพทย์แผนไทยหรือโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย แต่การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์มีความแตกต่างกัน
สมควรแยกสถานพยาบาลที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและสถานพยาบาลที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ออกจากกัน ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นไปโดยเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ประกอบกับสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหน่วยบริการของโรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ให้สอดคล้องกับการดำเนินการในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕
ข้อ ๖ ให้โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพตามลักษณะเฉพาะประเภทผู้สูงอายุซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เป็นโรงพยาบาลผู้สูงอายุหรือโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี โดยต้องจัดให้มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการตามข้อ ๑๒/๒ หรือข้อ ๑๒/๓ แห่งกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ สำหรับส่วนที่เพิ่มขึ้นหรือแตกต่างไปจากที่โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยมีอยู่เดิม ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๗ ให้โรงพยาบาลผู้สูงอายุหรือโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุตามข้อ ๖ แห่งกฎกระทรวงนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๖/๑ แห่งกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่ (๑) เป็นการก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ หรือดัดแปลงอาคารให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้เดิมซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะโดยทั่วไปของโรงพยาบาลผู้สูงอายุหรือโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุตามที่กำหนดในข้อ ๖/๑ (๒) ได้ยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานพยาบาลจากโรงพยาบาลผู้สูงอายุเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุ หรือจากโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุเป็นโรงพยาบาลผู้สูงอายุ และมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะโดยทั่วไปของโรงพยาบาลผู้สูงอายุหรือโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุตามที่กำหนดในข้อ ๖/๑
ข้อ ๘ ให้โรงพยาบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กหรือโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุขนาดเล็ก ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีแผนกเภสัชกรรมตามข้อ ๑๒/๒ (๕) หรือข้อ ๑๒/๓ (๔) แห่งกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี แต่ต้องจัดให้มีบริการเภสัชกรรมเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดให้โรงพยาบาลผู้สูงอายุเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วย
และกำหนดให้มีลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลเช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้สูงอายุที่มีความเฉพาะด้าน อีกทั้งในปัจจุบันมีการพัฒนาการให้บริการในลักษณะส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุด้วย
สมควรแยกโรงพยาบาลผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วย และเพิ่มโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุ รวมทั้งกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลดังกล่าวให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้