กฎกระทรวง
กฎกระทรวงการขออนุญาต การอนุญาต การค้า และการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง พ.ศ. 2558
23 ข้อ · ประกาศ 12 พ.ค. 2558
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด ๑ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ค้างาช้าง
ข้อ 1
ผู้ใดประสงค์จะค้างาช้าง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขออนุญาต
ข้อ 2
การยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑ ให้ยื่น ณ ท้องที่ที่ประสงค์จะค้างาช้างดังต่อไปนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
(๒) ในท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์แห่งท้องที่นั้น
(๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
(๒) ในท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์แห่งท้องที่นั้น
(๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ข้อ 3
เมื่อได้รับคำขออนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคำขออนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบ
ข้อ 4
ในกรณีที่คำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขออนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของอธิบดีไปยังผู้ยื่นคำขออนุญาตภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ข้อ 5
การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
(๒) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร และมีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้างและต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
(๓) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
(๔) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (๑) (๔) และ (๕) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย
(๑) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
(๒) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร และมีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้างและต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
(๓) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
(๔) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (๑) (๔) และ (๕) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย
ข้อ 6
ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้เป็นตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้าง และให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นสุดลงเมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้น
ข้อ 7
ในกรณีที่อธิบดีออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งข้อมูลการออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการรับจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
หมวด ๒ การค้างาช้าง
ข้อ 8
งาช้างที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจะทำการค้าได้ ต้องเป็นงาช้างที่มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ และได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างแล้วเท่านั้น
ข้อ 9
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้างที่จะทำการค้า พร้อมแสดงหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งงาช้าง ยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้ ในกรณีที่ได้งาช้างในการค้ามาเพิ่มเติมจากที่แจ้งไว้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง พร้อมแสดงหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งงาช้าง และจัดส่งสำเนาบัญชีพร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้ ในกรณีที่มีการแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง และจัดส่งสำเนาบัญชีพร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้ ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการค้างาช้าง โดยต้องลงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันจนถึงวันสิ้นเดือนนั้น ๆ และให้จัดส่งสำเนาบัญชีดังกล่าวพร้อมสำเนาเอกสารประกอบการลงบัญชีให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในการค้างาช้างของตน แบบและวิธีการจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง บัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง และบัญชีการค้างาช้าง ตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่างาช้างใดที่อยู่ในความครอบครองของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้าง มิใช่งาช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ ให้รายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำเอกสารหรือหลักฐานมาพิสูจน์ได้
ข้อ 11
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องเก็บรักษาบัญชีต่าง ๆ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่ค้างาช้างนั้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสองปี นับแต่วันที่ยื่นหรือจัดส่งสำเนาบัญชีดังกล่าวต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และต้องสามารถนำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบได้
ข้อ 12
เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจำหน่ายงาช้างให้แก่ผู้ใด ให้ออกหนังสือกำกับการค้างาช้างตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นหลักฐานการได้มาซึ่งงาช้างและนำไปดำเนินการแจ้งการครอบครองตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างต่อไป
ข้อ 13
ในกรณีที่งาช้างที่จะทำการค้าชิ้นใดยังไม่มีเครื่องหมายประจำตัวงาช้าง ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างนั้นตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๔ โดยต้องแจ้งวิธีการ รูปแบบ พร้อมจัดส่งตัวอย่างเครื่องหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ ในกรณีที่เครื่องหมายประจำตัวงาช้างสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างใหม่แทนเครื่องหมายเดิมตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างในความครอบครองของตน ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการได้ โดยผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว
ข้อ 14
การจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้าง ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้
(๑) ติดสติกเกอร์ หรือตอกรหัสหมายเลข พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
(๒) กรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีทำเครื่องหมายตาม (๑) ได้ ให้ใช้วิธีถ่ายภาพ หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
(๑) ติดสติกเกอร์ หรือตอกรหัสหมายเลข พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
(๒) กรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีทำเครื่องหมายตาม (๑) ได้ ให้ใช้วิธีถ่ายภาพ หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
ข้อ 15
ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะย้ายสถานที่ค้างาช้าง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอย้ายสถานที่ค้างาช้าง และเมื่ออธิบดีให้ความเห็นชอบจึงจะดำเนินการย้ายสถานที่ค้างาช้างได้ เมื่อได้รับคำขอแจ้งความประสงค์จะย้ายสถานที่ค้างาช้างตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวนและความถูกต้องของงาช้าง และตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ที่ประสงค์จะย้ายไปค้างาช้างแห่งใหม่ แล้วรายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่ค้างาช้างนั้น และทำหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างตามวรรคหนึ่งทราบต่อไป ในกรณีที่อธิบดีให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่ค้างาช้างตามวรรคสอง ให้อธิบดีแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ค้างาช้างในใบอนุญาตให้ค้างาช้างหรือเอกสารสำคัญอื่นที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตรงกับที่ได้ให้ความเห็นชอบด้วย ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งข้อมูลการย้ายสถานที่ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
ข้อ 16
ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะเลิกทำการค้างาช้าง ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยต้องดำเนินการสรุปปิดยอดบัญชีงาช้างในกิจการของตนแนบมาพร้อมกับหนังสือดังกล่าว และให้นำใบอนุญาตให้ค้างาช้างส่งคืนต่ออธิบดีเพื่อประทับตรายกเลิกใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป เมื่อได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและงาช้างที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างมีไว้เพื่อการค้า เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เมื่อแจ้งเลิกทำการค้างาช้างต่ออธิบดีแล้ว ผู้แจ้งเลิกทำการค้างาช้างสามารถครอบครองงาช้างนั้นต่อไปได้ แต่ไม่สามารถทำการค้างาช้างได้ และต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการครอบครองงาช้างให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างต่อไป ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งข้อมูลการเลิกทำการค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการเลิกประกอบพาณิชยกิจตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
ข้อ 17
ในกรณีที่ใบอนุญาตให้ค้างาช้างสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนั้นยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า “ใบแทน” หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต
หมวด ๓ การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง
ข้อ 18
เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้าง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้นได้ โดยมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินครั้งละเก้าสิบวัน
ข้อ 19
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้
ข้อ 20
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้างได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วสองครั้ง และมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างซ้ำในเรื่องเดียวกับที่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๓) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำงาช้างอื่นใดที่ไม่ใช่งาช้างที่ได้มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะมาทำการค้า
(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งงาช้างหรือสัตว์ป่าและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดดังกล่าว
(๕) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่เริ่มทำการค้างาช้างภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต
(๖) ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างหรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร หรือสถานที่ที่ใช้ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักร หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วสองครั้ง และมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างซ้ำในเรื่องเดียวกับที่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๓) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำงาช้างอื่นใดที่ไม่ใช่งาช้างที่ได้มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะมาทำการค้า
(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งงาช้างหรือสัตว์ป่าและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดดังกล่าว
(๕) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่เริ่มทำการค้างาช้างภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต
(๖) ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างหรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร หรือสถานที่ที่ใช้ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักร หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
หมวด ๔ เบ็ดเตล็ด
ข้อ 21
การทำคำสั่งทางปกครองและการแจ้งคำสั่งทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้ ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด ๒ คำสั่งทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
บทเฉพาะกาล
ข้อ 22
ผู้ค้างาช้างผู้ใดได้ยื่นคำขออนุญาตค้างาช้างตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการค้างาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ และได้จัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง และบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้ว ต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ค้างาช้างตามกฎกระทรวงนี้ ผู้นั้นไม่ต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง และบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้อีก เว้นแต่ได้งาช้างที่จะทำการค้ามาเพิ่มเติม หรือมีการแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้างเพิ่มเติมจากที่ได้เคยยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ 23
ผู้ค้างาช้างผู้ใดได้ยื่นคำขออนุญาตค้างาช้างตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการค้างาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ และต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ค้างาช้างตามกฎกระทรวงนี้ ผู้ค้างาช้างผู้นั้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้างาช้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวอีกต่อไป โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้างาช้างตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้แทน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้การขออนุญาต การอนุญาต การค้า และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้