พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558
10 มาตรา · ประกาศ 26 ก.ย. 2558 · แก้ไขล่าสุดโดย พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๕๒ (๒) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บช.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ“บช.บ.”
(๒) สาขาวิชาครุศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”
(๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้นคือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.”
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.บ.”
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”
(๘) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”
(๙) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”
(๑๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”
(๑๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”
(๑๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”
(๑๓) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”
(๑๔) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.บ.”
(๑๕) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสองชั้นคือ (ก) โท เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “อส.ม.” (ข) ตรี เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “อส.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ระยะห่างระหว่างสำรดต้นแขนและสำรดปลายแขน ๒๒ เซนติเมตร โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๒ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ ที่ริมทั้งสองข้าง มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูน สีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบสำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบสำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่าแขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร (ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็น ๓ ตอน ระยะห่างตอนละ ๕ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๖ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๗๕ เซนติเมตร (ค) สำรดปลายแขน มีระยะห่างจากสำรดต้นแขน ๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕ เซนติเมตร กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕ เซนติเมตร กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๑) สาขาวิชาการบัญชีสีเทา
(๒) สาขาวิชาครุศาสตร์สีฟ้า
(๓) สาขาวิชาเทคโนโลยีสีเลือดหมู
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์สีขาว
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์สีน้ำเงิน
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจสีชมพู
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์สีน้ำตาล
(๘) สาขาวิชารัฐศาสตร์สีทอง
(๙) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์สีเขียวตองอ่อน
(๑๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สีเหลือง
(๑๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์สีแดง
(๑๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์สีแสด
(๑๓) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สีม่วง
(๑๔) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์สีชมพูอมส้ม
(๑๕) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์สีเขียวมรกต
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ได้เปิดสอนสาขาวิชารัฐศาสตร์และสาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้