กฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด พ.ศ. 2561
38 ข้อ · ประกาศ 11 ก.ค. 2561 · แก้ไขล่าสุดโดย กฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด ๑ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในโคนม
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย หรือวัคซีนป้องกันโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคบรูเซลลา วัณโรค หรือโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทดสอบโรคให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๙ (๖) สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ต้องทราบแหล่งที่มา โดยต้องมาจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มีระบบการป้องกันโรคระบาดตาม (๑) ถึง (๔) และมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมปศุสัตว์ว่าไม่มีโรคบรูเซลลา วัณโรค หรือโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ก่อนนำสัตว์เข้าเลี้ยงร่วมกับสัตว์ที่มี ให้แยกสัตว์ดังกล่าวไว้อย่างน้อยสิบสี่วันก่อนนำเข้าเลี้ยง
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) แยกพื้นที่สำหรับบ้านหรือที่พักอาศัยและโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๒) มีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสัตว์
(๓) ป้องกันคนหรือยานพาหนะจากภายนอกเข้าออกสถานที่เลี้ยงสัตว์ เว้นแต่มีการทำลายเชื้อโรคก่อน
(๔) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนรีดนม ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๕) ไม่นำสัตว์กีบคู่ชนิดอื่นจากภายนอกฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ เช่น โคเนื้อ กระบือ แพะ หรือแกะ เข้ามาเลี้ยงร่วมกับสัตว์ที่อยู่ในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เดียวกัน
(๖) ตรวจตราและดูแลมิให้สัตว์อื่นเข้าไปในบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๗) จัดให้มีซองบังคับสัตว์และอุปกรณ์ควบคุมบังคับสัตว์ในการให้วัคซีนหรือรักษาโรค
(๘) ไม่ทำความสะอาดถังบรรจุน้ำนมดิบในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนรีดนม
(๙) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในโรงเรือนอย่างสม่ำเสมอ
(๑๐) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๑๑) จัดเก็บและรักษาคุณภาพวัคซีนและยารักษาโรคอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ต้องจัดให้สัตว์อยู่ในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยมีอาหารและน้ำเพียงพอและเหมาะสมสำหรับสัตว์ในคอกหรือในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งควบคุมดูแลมิให้สัตว์ออกไปนอกคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในสถานที่เลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๒ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาด ในโคเนื้อ กระบือ แพะ แกะ และกวาง
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคเนื้อ กระบือ แพะ หรือแกะ วัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซปทิซีเมียในกระบือ หรือวัคซีนป้องกันโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด สำหรับการให้วัคซีนป้องกันโรคในกวางให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคบรูเซลลา หรือโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการทดสอบโรคให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๑๓ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) มีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับชนิด จำนวนและขนาดของสัตว์
(๒) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าบริเวณคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๓) จัดให้มีซองบังคับสัตว์และอุปกรณ์ควบคุมบังคับสัตว์ในการให้วัคซีนหรือรักษาโรคสำหรับโคเนื้อ กระบือ และกวาง หรือจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับควบคุมบังคับสัตว์ในการให้วัคซีนหรือรักษาโรคสำหรับแพะและแกะ
(๔) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ
(๕) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ต้องจัดให้สัตว์อยู่ในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยมีอาหารและน้ำเพียงพอและเหมาะสมสำหรับสัตว์ในคอกหรือในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งควบคุมดูแลมิให้สัตว์ออกไปนอกคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาดเว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๓ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในนก ไก่ เป็ด และห่าน
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิลในไก่ กาฬโรคเป็ดในเป็ด หรือวัคซีนป้องกันโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจและการรักษาโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ หรือข้อ ๒๐ แล้วแต่กรณี
(๖) สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ต้องทราบแหล่งที่มาและมีการตรวจโรคจากแหล่งที่มาของสัตว์ ได้แก่ โรคไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล หรือโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) การเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค ต้องมีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับให้สัตว์นอนตอนกลางคืนโดยแยกจากบ้านหรือที่พักอาศัยของคนอย่างชัดเจน และไม่ใช้หลังคาร่วมกับบ้านหรือที่พักอาศัยของคนรวมทั้งสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคได้ง่าย
(๒) การเลี้ยงสัตว์เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น สัตว์สวยงาม สัตว์ที่ใช้ประกวด หรือสัตว์ที่ใช้แข่งขันต้องมีเล้าหรือกรงที่เหมาะสมกับชนิดและจำนวนของสัตว์ สามารถป้องกันการสัมผัสกับสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรค และสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคได้ง่าย การเลี้ยงสัตว์ตามวรรคหนึ่ง ต้องมีการเก็บอาหารที่สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้ รวมทั้งปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) บริเวณที่เลี้ยงหรือที่นอนของสัตว์ ต้องแยกจากบ้านหรือที่พักอาศัยของคนอย่างชัดเจนไม่ใช้หลังคาร่วมกับบ้านหรือที่พักอาศัยของคน กรณีไก่ชนต้องแยกจากสถานที่ซ้อมไก่หรือชนไก่โดยอยู่ห่างกันอย่างชัดเจน
(๒) มีเล้า กรง สุ่ม หรือโรงเรือนขนาดเหมาะสมกับชนิด จำนวน และอายุของสัตว์และสามารถป้องกันการสัมผัสกับสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคได้
(๓) มีรั้วล้อมรอบพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงและมีประตูเข้าออกทางเดียว
(๔) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าโดยอยู่ในบริเวณที่ป้องกันแดดและฝนได้ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๕) ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ใส่น้ำ ใส่อาหาร กรง อุปกรณ์การเลี้ยงและอุปกรณ์ที่มีการใช้ร่วมกัน
(๖) มีเล้า กรง สุ่ม หรือโรงเรือนเพื่อแยกเลี้ยงสัตว์ที่จะนำเข้ามาเลี้ยงใหม่ หรือสัตว์ที่กลับจากการแข่งขัน การซ้อม การชน หรือตลาดค้าสัตว์มีชีวิตอย่างน้อยเจ็ดวันก่อนการเข้าร่วมฝูง
(๗) มีการบันทึกประวัติการเลี้ยงสัตว์และการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ทุกครั้งและมีประวัติการตรวจโรคตามข้อ ๑๖ (๖)
(๘) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) มีโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หรือเล้าขนาดเหมาะสมกับชนิด จำนวน และอายุของสัตว์ โดยบ้านหรือที่พักอาศัยของคนต้องแยกเป็นสัดส่วนออกจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หรือเล้าอย่างชัดเจน และไม่ใช้หลังคาร่วมกับบ้านหรือที่พักอาศัยของคน
(๒) มีรั้วล้อมรอบบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์ โดยสามารถป้องกันคนและสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคไม่ให้ผ่านเข้าออก และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต้องสามารถควบคุมป้องกันสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคไม่ให้เข้าโรงเรือนได้
(๓) ก่อนเข้าออกจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ ยานพาหนะและบุคคลต้องมีการทำลายเชื้อโรคโดยผู้ที่จะเข้าสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือโรงเรือนต้องผ่านการทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าสถานที่เลี้ยงสัตว์ทุกครั้ง และมีการควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๔) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนและมีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ที่ทางเข้าบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๕) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในโรงเรือนหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ ตลอดจนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรควัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์หลังจากนำสัตว์ตัวสุดท้ายออกจากโรงเรือนและนำมูลของสัตว์ออกจากโรงเรือน รวมทั้งให้มีระยะเวลาพักโรงเรือนก่อนนำสัตว์เข้าเลี้ยงใหม่ตามระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๖) กำจัดซากสัตว์อย่างเหมาะสม เช่น มีสถานที่เผาหรือทำลายซากสัตว์ และควบคุมดูแลความสะอาดในบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่มีการนำซากสัตว์ออกจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๗) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้ และมีแหล่งน้ำสะอาดสำหรับใช้ในสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๘) มีสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลด้านสุขภาพสัตว์ เช่น การใช้ยา การให้วัคซีน โดยต้องมีการบันทึกประวัติการเลี้ยงสัตว์สำหรับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
(๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ระยะเวลาการเลี้ยงสัตว์ การปลดสัตว์ หรือการนำสัตว์เข้าเลี้ยงใหม่ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่สถานที่เลี้ยงสัตว์ตามวรรคหนึ่งผ่านการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วย
(๑) มีเล้าหรือโรงเรือนที่สามารถใช้กักสัตว์ เมื่อมีโรคระบาดที่เหมาะสมกับชนิดและจำนวนสัตว์มีการทำลายเชื้อโรคที่สิ่งปูรองและมูลสัตว์
(๒) เล้าหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต้องแยกเป็นสัดส่วนออกจากบ้านหรือที่พักอาศัยของคน
(๓) มีข้อกำหนดให้บุคคลภายนอกหรือยานพาหนะที่เข้าสถานที่และบริเวณดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตก่อน
(๔) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหารและสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ห้ามนำสัตว์เข้าเลี้ยงใหม่ภายในระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๔ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในสุกรและหมูป่า
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย วัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์สุกร หรือวัคซีนป้องกันโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๒๔ ข้อ ๒๕ หรือข้อ ๒๖ แล้วแต่กรณี
(๖) สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ต้องทราบแหล่งที่มา และต้องมาจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มีระบบป้องกันโรคระบาด รวมทั้งต้องไม่มีโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) มีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและอายุของสัตว์
(๒) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าบริเวณคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๓) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่มีการขายสัตว์ ให้ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หลังการขาย
(๔) เก็บและกำจัดซากสัตว์อย่างเหมาะสม และควบคุมดูแลความสะอาดในบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่มีการนำซากสัตว์ออกจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่กักสัตว์ก่อนนำเข้าร่วมฝูงอย่างน้อยสิบสี่วัน เว้นแต่ในกรณีที่ไม่มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่ดังกล่าว ให้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบการเลี้ยงแบบเข้าหมดออกหมดของโรงเรือนหรือคอก (All In - All Out)
(๖) ตรวจตรา ดูแล และป้องกันมิให้สัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๗) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๘) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) บริเวณที่เลี้ยงสัตว์ต้องแยกจากบ้านหรือที่พักอาศัยของคนอย่างชัดเจน โดยมีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและอายุของสัตว์
(๒) ป้องกันคนหรือยานพาหนะจากภายนอกเข้าออกสถานที่เลี้ยงสัตว์ เว้นแต่มีการทำลายเชื้อโรคก่อน ทั้งนี้ ห้ามยานพาหนะรับซื้อสัตว์เข้าฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๓) จัดให้มีอ่างน้ำยา หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าบริเวณคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และมีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ที่ทางเข้าบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๔) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่มีการขายสัตว์ ให้ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หลังการขาย
(๕) เก็บและกำจัดซากสัตว์อย่างเหมาะสม และควบคุมดูแลความสะอาดในบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่มีการนำซากสัตว์ออกจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๖) มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่กักสัตว์ก่อนนำเข้าร่วมฝูงอย่างน้อยสิบสี่วัน เว้นแต่ในกรณีที่ไม่มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่ดังกล่าว ให้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบการเลี้ยงแบบเข้าหมดออกหมดของโรงเรือนหรือคอก (All In - All Out)
(๗) สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ต้องทราบแหล่งที่มา หรือไม่มีโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนดและมีระยะเวลาพักคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนนำสัตว์ชุดใหม่เข้ามาเลี้ยงโดยนับจากวันที่มีการฆ่าเชื้อโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
(๘) ไม่ใช้พ่อพันธุ์ร่วมกับฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์อื่น หากจำเป็นต้องใช้พ่อพันธุ์ควรมาจากฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มีประวัติเชื่อถือได้
(๙) ตรวจตรา ดูแล และป้องกันมิให้สัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๑๐) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๑๑) จัดให้มีสถานที่จำหน่ายสัตว์หรือเนื้อสัตว์ภายนอกสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) บริเวณที่เลี้ยงสัตว์ต้องแยกจากบ้านหรือที่พักอาศัยของคนอย่างชัดเจน โดยมีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและอายุของสัตว์
(๒) ป้องกันคนหรือยานพาหนะจากภายนอกเข้าออกสถานที่เลี้ยงสัตว์ เว้นแต่มีการทำลายเชื้อโรคก่อน ทั้งนี้ ห้ามยานพาหนะรับซื้อสัตว์เข้าฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๓) จัดให้มีอ่างน้ำยาหรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนที่ทางเข้าบริเวณคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และมีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ที่ทางเข้าบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ห้ามนำรองเท้าภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ออกไปใช้ภายนอก
(๔) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่มีการขายสัตว์ ให้ทำความสะอาดและทำลายเชื้อในโรคคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หลังการขาย
(๕) เก็บและกำจัดซากสัตว์อย่างเหมาะสม และควบคุมดูแลความสะอาดในบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่มีการนำซากสัตว์ออกจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๖) มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่กักสัตว์ก่อนนำเข้าร่วมฝูงอย่างน้อยสิบสี่วัน โดยอยู่ห่างจากคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างน้อยสิบเมตร เว้นแต่ในกรณีที่ไม่มีคอก โรงเรือน หรือสถานที่ดังกล่าวให้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบการเลี้ยงแบบเข้าหมดออกหมดของโรงเรือนหรือคอก (All In - All Out)
(๗) สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ต้องทราบแหล่งที่มา หรือไม่มีโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนดและมีระยะเวลาพักคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนนำสัตว์ชุดใหม่เข้ามาเลี้ยงโดยนับจากวันที่มีการฆ่าเชื้อโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
(๘) ไม่ใช้พ่อพันธุ์ร่วมกับฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์อื่น หากจำเป็นต้องใช้พ่อพันธุ์ควรมาจากฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มีประวัติเชื่อถือได้
(๙) ตรวจตรา ดูแล และป้องกันมิให้สัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๑๐) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๑๑) จัดให้มีสถานที่จำหน่ายสัตว์หรือเนื้อสัตว์ภายนอกสถานที่เลี้ยงสัตว์
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ต้องจัดให้สัตว์อยู่ในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยมีอาหารและน้ำเพียงพอและเหมาะสมสำหรับสัตว์ในคอกหรือในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งควบคุมดูแลมิให้สัตว์ออกไปนอกคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๕ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในสุนัขและแมว
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหรือวัคซีนป้องกันโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรค ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) เลี้ยงสัตว์ในบริเวณที่มีรั้วรอบหรือขอบเขตชัดเจน และมีขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมกับจำนวนและพันธุ์สัตว์ รวมทั้งทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในบริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ
(๕) ไม่ปล่อยสัตว์ไปยังสถานที่สาธารณะโดยไม่มีการควบคุม หากจำเป็นต้องไปในที่สาธารณะต้องมีอุปกรณ์ในการควบคุมหรือดูแล เช่น สายจูงและปลอกคอ เพื่อไม่ให้สัตว์อยู่นอกเหนือการควบคุมและให้มีการเก็บมูลของสัตว์ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายในที่สาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการเกิดโรค
(๖) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือถูกสัตว์ที่อาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่การเลี้ยงสัตว์ตามวรรคหนึ่งเป็นการเลี้ยงพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์สัตว์เพื่อการพาณิชย์ให้เจ้าของสัตว์จัดให้มีการทดสอบโรคบรูเซลลา หรือโรคอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๖ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในม้าและม้าลาย
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรค ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๓๓ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) มีคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสัตว์
(๒) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และบริเวณคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ
(๓) ตรวจตรา ดูแล และป้องกันมิให้สัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคเข้าไปในคอก หรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และกรณีม้าลายต้องดำเนินการกำจัดพาหะนำโรคในบริเวณตามที่อธิบดีประกาศกำหนดด้วย
(๔) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ต้องจัดให้สัตว์อยู่ในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยมีอาหารและน้ำเพียงพอและเหมาะสมสำหรับสัตว์ในคอกหรือในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งควบคุมดูแลมิให้สัตว์ออกไปนอกคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในคอกหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
หมวด ๗ ระบบการป้องกันโรคระบาดและระบบการควบคุมโรคระบาดในช้าง
(๑) ดูแลสุขภาพสัตว์โดยการถ่ายพยาธิสัตว์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) ให้วัคซีนป้องกันโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและพื้นที่การให้วัคซีนให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๓) ทดสอบโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) จดบันทึกข้อมูลการให้วัคซีน การตรวจ และการรักษาโรค ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) ป้องกันโรคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพตามข้อ ๓๗ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) มีสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสัตว์
(๒) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ
(๓) ไม่ปล่อยสัตว์ไปยังสถานที่สาธารณะโดยไม่มีการควบคุม หากจำเป็นต้องไปในที่สาธารณะต้องมีอุปกรณ์ในการควบคุมหรือดูแลที่เหมาะสมและแข็งแรง เพื่อไม่ให้สัตว์อยู่นอกเหนือการควบคุมและให้มีการเก็บมูลของสัตว์ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายในที่สาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการเกิดโรค
(๔) เก็บอาหารให้สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น ไม่มีเชื้อราหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปนเปื้อนในอาหาร และสามารถป้องกันพาหะนำโรคและการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ได้
(๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๑) ต้องจัดให้สัตว์อยู่ในสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์ โดยมีอาหารและน้ำเพียงพอและเหมาะสมสำหรับสัตว์ในสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งควบคุมดูแลมิให้สัตว์ออกไปนอกสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์
(๒) ห้ามยานพาหนะหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการเข้าไปเพื่อการควบคุมโรค
(๓) ดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
กฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด พ.ศ. ๒๕๖๑ ยังไม่ครอบคลุมถึงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในม้าลายซึ่งเป็นสัตว์ชนิดอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๗ (๔)
แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงดังกล่าวเพื่อเพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในม้าลาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้