Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวงกำหนดจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2563

9 ข้อ · ประกาศ 24 เม.ย. 2563

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ “ที่ประชุมร่วม” หมายความว่า ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการการอุดมศึกษาและคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา
ข้อ 2 ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ด้านการอุดมศึกษาจำนวนห้าคน และด้านกฎหมายจานวนสองคน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงคนหนึ่งซึ่งปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอโดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงจำนวนไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ 3 ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพ
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงหรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง หรือสถาบันอุดมศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
(๘) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา หรืออธิการบดี
(๙) ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา
ข้อ 4 ให้สำนักงานปลัดกระทรวงทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ ของบุคคลซึ่งสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และปฏิบัติหน้าที่อื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ที่ประชุมร่วมมอบหมาย
ข้อ 5 ในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง ให้สำนักงานปลัดกระทรวงเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ เป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองเท่าของแต่ละด้านเสนอต่อที่ประชุมร่วม ให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ เป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคน แล้วเสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอชื่อข้าราชการนั้นต่อที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอรัฐมนตรีแต่งตั้ง ทั้งนี้ ผู้นั้นต้องไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ในกรณีที่เห็นสมควร ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเสนอต่อที่ประชุมร่วมเพื่อให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงข้าราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการได้ตามความเหมาะสม และให้รัฐมนตรีดำเนินการตามมติที่ประชุมร่วม
ข้อ 6 ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจำกตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓
ข้อ 8 ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยให้ถือว่าประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ และให้สำนักงานปลัดกระทรวงเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ เป็นประธานกรรมการคนหนึ่งหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองเท่าในแต่ละด้านของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเท่ากับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประธานกร รมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง และเสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้ ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว
ข้อ 9 ภายในเก้าสิบวันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาจดำเนินการให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง เพื่อดำรงตำแหน่งแทนประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมคณะกรรมการการอุดมศึกษาและคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ทำหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๘ โดยจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้