กฎกระทรวงการอนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2563
20 ข้อ · ประกาศ 16 พ.ย. 2563
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗ วรรคสาม มาตรา ๒๓ วรรคสาม มาตรา ๓๕ วรรคสอง และมาตรา ๖๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยในทางการแพทย์
(๒) เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
(๓) เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
(๑) เพื่อการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ (๒) เพื่อเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา
(๓) เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
(๔) เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
(๕) เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร การขอรับใบอนญาตให้มีไว้ในครอบครองเพื่อวัตถุประสงค์ตาม (๑) ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมผู้มีหน้าที่ควบคุมการผลิตซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๒๐
(๑) เป็นกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย หรือองค์การเภสัชกรรม
(๒) เป็นผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ
(๓) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตาม (๓) ต้องเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา
(๑) สำหรับกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย หรือองค์การเภสัชกรรม (ก) เอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (ข) หนังสือมอบหมายให้บุคคลเป็นผู้ดำเนินกิจการของหน่วยงานผู้ขอรับใบอนุญาต (ค) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (ก) สำนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ออกให้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอ (ข) สำเนาใบอนุญาตให้จดทะเบียนในราชอาณาจักรซึ่งเรือหรือเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (ค) หนังสือมอบหมายให้บุคคลเป็นผู้ดำเนินกิจการของหน่วยงานผู้ขอรับใบอนุญาต (ง) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยชั้นหนึ่ง (ก) สำเนาใบประกอบวิชาชีพของผู้ขออนุญาต (ข) สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและสำเนาใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ของผู้ขออนุญาต (ค) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) กรณีตามข้อ ๓ (๒) และข้อ ๔ (๓) เพื่อการศึกาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ ให้แนบโครงการศึกษาวิจัยซึ่งระบุชื่อ จำนวนหรือประมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ รวมทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองภายใต้โครงการศึกษาวิจัยดังกล่าว และในกรณีที่เป็นการศึกษาวิจัยในมนุษย์ให้แนบหลักฐานการผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่หน่วยงาน ผู้ขออนุญาตไม่มีคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม ให้แนบหลักฐานการผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมที่เลขาธิการกำหนด
(๒) กรณีตามข้อ ๔ (๑) ให้แนบสำเนาใบอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ (๓) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) การซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอ ดังต่อไปนี้ (ก) การซื้อจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการ (ข) การซื้อจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ให้ยื่นคำขอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น
(๒) การจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ในกรณีเพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยในทางการแพทย์ (ก) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ต้องจำหน่ายเฉพาะผู้ป่วยซึ่งตนให้การรักษา ณ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือสถานพยาบาลของรัฐหรือผู้ประกอบกวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งต้องจำหน่ายเฉพาะสัตว์ป่วยที่ตนให้การรักษา ณ สถานพยาบาลสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ (ข) ผู้รับอนุญาตให้จำหน่ายจะจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยซึ่งตนให้การรักษาได้ต่อเมื่อมีใบสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แล้วแต่กรณี
(๓) การจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประภท ๒ ในกรณีเพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ต้องจำหน่ายให้แก่ผู้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนด
(๔) การใช้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อการผลิตซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อเลขาธิการทุกครั้งก่อนวันที่ผลิต
(๑) บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ สำหรับผู้รับอนุญาตให้จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยในทางการแพทย์ ให้ใช้แบบ บ.ย.ส. ๒-๑ (๒) บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ สำหรับผู้รับอนุญาตให้จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ให้ใช้แบบ บ.ย.ส. ๒-๒ (๓) บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ สำหรับผู้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ ให้ใช้แบบ บ.ย.ส. ๒-๓ (๔) บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ สำหรับผู้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อเป็นตัวอย่างการศึกษา เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ให้ใช้แบบ บ.ย.ส. ๒-๔ (๕) บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ สำหรับผู้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร ให้ใช้แบบ บ.ย.ส. ๒-๕ บัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษตามวรรคหนึ่ง พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการรับจ่ายยาเสพติดให้โทษที่ได้ลงรายการในบัญชีดังกล่าว ให้เก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต มีกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี
(๑) ใบอนุญาตฉบับเดิม
(๒) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) ใบแจ้งความ กรณีใบอนุญาตสูญหาย
(๒) ใบอนุญาต กรณีใบอนุญาตถูกทำลายหรือลบเลือนในสาระสำคัญ
(๓) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้ตามแบบใบอนุญาต แต่ให้กำกับคำว่า “ใบแทน” ไว้ที่ด้านหน้าด้วย
(๑) ให้ยื่นคำขอหรือแจ้ง ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (ก) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (ข) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำการของผู้ขอรับใบอนุญาตนั้นตั้งอยู่ (ค) สถานที่อื่นที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) ให้ยื่นคำขอหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกและการลดภาระแก่ผู้ขออนุญาตหรือผู้แจ้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกา ในกรณีการยื่นคำขอหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอหรือแจ้งตามระบบการยื่นหรือแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ถือว่ามีผลชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการยื่นคำขอหรือแจ้งโดยเอกสาร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
กฎกระทรวงการอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ พ.ศ. ๒๕๖๗
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๕ วรรคสาม และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด บัญญัติให้การอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ และการควบคุมกำกับดูแล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๑๘
วรรคหนึ่ง บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ได้ให้บริการ รวมทั้งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงการอนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ พ.ศ. ๒๕๖๘
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๕ วรรคสาม และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด บัญญัติให้การอนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ และการควบคุมกำกับดูแล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้