กฎกระทรวง
กฎกระทรวงกำหนดแบบ ลักษณะ ราคา และรายละเอียดของบัตรภาษี พ.ศ. 2564
4 ข้อ · ประกาศ 23 มิ.ย. 2564
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ วรรคสอง และมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2
ให้จัดทำบัตรภาษีเป็นบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแสดงข้อมูลที่สร้าง ส่ง หรือได้รับให้ปรากฏอย่างถูกต้อง และสามารถสืบค้นได้ โดยให้มีมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เชื่อถือได้
ข้อ 3
บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและเลขทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากร
(๒) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
(๓) เลขที่บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์
(๔) จำนวนเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่ได้รับอนุมัติ จำนวนเงินที่นำไปชำระค่าภาษีอากร และจำนวนเงินคงเหลือ
(๕) วันที่ออกบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์
(๖) วันที่บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์หมดอายุ
(๑) ชื่อและเลขทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากร
(๒) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
(๓) เลขที่บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์
(๔) จำนวนเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่ได้รับอนุมัติ จำนวนเงินที่นำไปชำระค่าภาษีอากร และจำนวนเงินคงเหลือ
(๕) วันที่ออกบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์
(๖) วันที่บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์หมดอายุ
ข้อ 4
ให้กรมศุลกากรดำเนินการให้มีการเปลี่ยนบัตรภาษีของผู้มีชื่อในบัตรภาษีที่ออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เป็นบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ แล้วแจ้งให้ผู้มีชื่อในบัตรภาษีทราบ และเมื่อกรมศุลกากรได้เปลี่ยนบัตรภาษีของผู้มีชื่อในบัตรภาษีเป็นบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ให้บัตรภาษีที่ออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเป็นอันสิ้นผล บัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง ให้มีจำนวนเงินชดเชยค่าภาษีอากรและวันที่หมดอายุเท่ากับราคาและอายุที่มีอยู่ในบัตรภาษีเดิม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแบบ ลักษณะ ราคามูลค่า และรายละเอียดของบัตรภาษีตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๔ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้