กฎกระทรวง
กฎกระทรวงระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พ.ศ. 2564
25 ข้อ · ประกาศ 5 ก.ค. 2564
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2
ในกฎกระทรวงนี้ “น้ำมัน” หมายความว่า น้ำมันตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ” หมายความว่า ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “ท่อส่งน้ำมัน” หมายความว่า ท่อที่ใช้สำหรับการขนส่งน้ำมัน รวมถึงส่วนประกอบของท่อและอุปกรณ์ ซึ่งไม่ว่าจะวางอยู่เหนือพื้นดิน ใต้พื้นดิน ในน้ำ หรือวางอยู่บนสิ่งปลูกสร้างใด
หมวด ๑ บททั่วไป
ข้อ 3
ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อจะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว
ข้อ 4
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยอย่างน้อยต้องมีเอกสารและข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ
(๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
(๔) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๕) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๖) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๑) คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ
(๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
(๔) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๕) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๖) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
หมวด ๒ ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อ
ข้อ 5
ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่ออย่างน้อยต้องมีแผนผัง แบบ และรายการอื่น ดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๓) แบบก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๔) แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อกับระบบท่อน้ำมันในคลังน้ำมัน หรือสถานที่ประกอบกิจการน้ำมันอื่น หรือระบบการขนส่งน้ำมันทางท่ออื่น
(๕) แบบก่อสร้างเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๖) แบบก่อสร้างลินปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน และสถานีสูบน้ำมัน
(๗) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง ต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
(๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๓) แบบก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๔) แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อกับระบบท่อน้ำมันในคลังน้ำมัน หรือสถานที่ประกอบกิจการน้ำมันอื่น หรือระบบการขนส่งน้ำมันทางท่ออื่น
(๕) แบบก่อสร้างเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๖) แบบก่อสร้างลินปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน และสถานีสูบน้ำมัน
(๗) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง ต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
ข้อ 6
แบบก่อสร้างตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง (๓) อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ
(๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ
(๔) รูปตัดตามขวางแสดงรายละเอียดการวางท่อ
(๕) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ พร้อมทั้งระบุปริมาตร
(๖) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน สถานีสูบน้ำมัน และที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๗) แผนภาพแสดงอุปกรณ์ของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ
(๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ
(๔) รูปตัดตามขวางแสดงรายละเอียดการวางท่อ
(๕) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ พร้อมทั้งระบุปริมาตร
(๖) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน สถานีสูบน้ำมัน และที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๗) แผนภาพแสดงอุปกรณ์ของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ 7
ท่อส่งน้ำมันต้องเป็นท่อเหล็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีค่าความเค้น (stress) ไม่น้อยกว่า ๑๒๔ นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร และค่าความเค้นคราก (yield strength) ไม่น้อยกว่า ๑๗๒ นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร หรือเป็นท่อที่ทำมาจากวัสดุอื่นที่มีความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรงไม่ต่ำกว่าคุณสมบัติที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ท่อและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมัน และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
หมวด ๓ การออกแบบ การก่อสร้าง การติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ 8
การออกแบบ การก่อสร้าง และการทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.4 เรื่อง Pipeline Transportation Systems for Liquids and Slurries หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 9
ท่อส่งน้ำมันที่อยู่นอกเขตสถานีสูบน้ำมันและสถานที่ประกอบกิจการควบคุมต้องวางอยู่ใต้พื้นดิน หากไม่สามารถวางอยู่ใต้พื้นดินได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานและต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ท่อส่งน้ำมันต้องวางอยู่บนฐานรองรับที่มีความมั่นคงแข็งแรง
(๒) มีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อส่งน้ำมัน
(๓) กรณีท่อส่งน้ำมันพาดผ่านทางสัญจร ให้มีข้อความแสดงระยะความสูงจากพื้นผิวจราจรถึงจุดต่ำสุดของท่อ โครงสร้าง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของท่อส่งน้ำมัน
(๑) ท่อส่งน้ำมันต้องวางอยู่บนฐานรองรับที่มีความมั่นคงแข็งแรง
(๒) มีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อส่งน้ำมัน
(๓) กรณีท่อส่งน้ำมันพาดผ่านทางสัญจร ให้มีข้อความแสดงระยะความสูงจากพื้นผิวจราจรถึงจุดต่ำสุดของท่อ โครงสร้าง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของท่อส่งน้ำมัน
ข้อ 10
การติดตั้งท่อส่งน้ำมันต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ซึ่งมีระดับการป้องกันไม่มากกว่า - ๘๕๐ มิลลิโวลต์
(๒) การติดตั้งท่อส่งน้ำมันต้องมีการเคลือบท่อส่งน้ำมันด้วยสารเคลือบที่สามารถยึดติดกับผนังท่ออย่างคงทนแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม และสามารถใช้งานร่วมกับการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ได้
(๑) การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ซึ่งมีระดับการป้องกันไม่มากกว่า - ๘๕๐ มิลลิโวลต์
(๒) การติดตั้งท่อส่งน้ำมันต้องมีการเคลือบท่อส่งน้ำมันด้วยสารเคลือบที่สามารถยึดติดกับผนังท่ออย่างคงทนแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม และสามารถใช้งานร่วมกับการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ได้
ข้อ 11
การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านทางสัญจรระบบราง ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๗๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ 12
การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านทางสัญจรทางบก ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ 13
การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล หรือทางสัญจรทางน้ำ ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ 14
ท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ติดตั้งโดยวิธีการขุดเปิด ต้องทำการฝังเทปเตือนสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร โดยต้องมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ ดังต่อไปนี้
(๑) ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) ชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุม
(๓) หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง (๓) และผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
(๑) ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
(๒) ชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุม
(๓) หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง (๓) และผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ข้อ 15
ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องมีอุปกรณ์นิรภัยอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน
(๒) ลิ้นปิดเปิดนิรภัยแบบระบายความดัน
(๓) ลิ้นปิดนิรภัยกรณีฉุกเฉิน
(๑) ลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน
(๒) ลิ้นปิดเปิดนิรภัยแบบระบายความดัน
(๓) ลิ้นปิดนิรภัยกรณีฉุกเฉิน
ข้อ 16
แนวเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงในบริเวณเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำเครื่องหมายแสดงในบริเวณเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ 17
การตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจสอบพื้นที่แนวท่อส่งน้ำมัน อย่างน้อยทุกสองสัปดาห์
(๒) ตรวจสอบการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) อย่างน้อยทุกหกเดือน
(๓) ตรวจสอบระบบควบคุมการขนส่ง ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยทุกหนึ่งปี
(๔) ตรวจสอบและสอบเทียบอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องมือวัด อย่างน้อยทุกหนึ่งปี
(๕) ทดสอบและตรวจสอบการรั่วซึมและความมั่นคงแข็งแรงของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ อย่างน้อยทุกสิบปี ก่อนดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง (๕) ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันทำการ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้จัดทำรายงานสรุปผลการทดสอบและตรวจสอบให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ
(๑) ตรวจสอบพื้นที่แนวท่อส่งน้ำมัน อย่างน้อยทุกสองสัปดาห์
(๒) ตรวจสอบการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) อย่างน้อยทุกหกเดือน
(๓) ตรวจสอบระบบควบคุมการขนส่ง ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยทุกหนึ่งปี
(๔) ตรวจสอบและสอบเทียบอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องมือวัด อย่างน้อยทุกหนึ่งปี
(๕) ทดสอบและตรวจสอบการรั่วซึมและความมั่นคงแข็งแรงของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ อย่างน้อยทุกสิบปี ก่อนดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง (๕) ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันทำการ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้จัดทำรายงานสรุปผลการทดสอบและตรวจสอบให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ
หมวด ๔ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ 18
บริเวณอันตรายของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน
ข้อ 19
ห้ามทำการใด ๆ ที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟภายในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อและสถานีสูบน้ำมัน ยกเว้นกรณีการปฏิบัติงานซ่อมแซมหรือการดำเนินการอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบกิจการควบคุม
ข้อ 20
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อชำรุดเสียหาย เกิดการรั่วไหลของน้ำมันหรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ 21
บริเวณสถานีสูบน้ำมันต้องติดตังเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘ กิโลกรัม และมีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา อย่างน้อยสองเครื่องต่อเครื่องสูบน้ำมันหนึ่งเครื่อง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยทุกหกเดือน
ข้อ 22
บริเวณเครื่องสูบน้ำมันต้องจัดให้มีป้ายเตือนโดยใช้ตัวอักษรสีแดงมีความสูงไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เซนติเมตร บนพื้นสีขาว และมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ “อันตราย ๑. ห้ามสูบบุหรี่ ๒. ห้ามทำให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ”
ข้อ 23
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๒) ดำเนินการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
(๓) จัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับเหตุในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
(๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๒) ดำเนินการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
(๓) จัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับเหตุในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
หมวด ๕ การเลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ 24
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะเลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน โดยแนบเอกสารที่ระบุวันที่เลิกใช้งาน ตำแหน่ง ขนาด และความยาวของท่อ และรายละเอียดอื่น ๆ ของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อที่จะเลิกใช้งาน พร้อมทั้งมาตรการในการจัดการและตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อดังกล่าวให้มีความปลอดภัย และมาตรการในการป้องกันสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่โดยรอบของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อภายในหกสิบวันก่อนวันที่เลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ เพื่อเสนอให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมปฏิบัติตามมาตรการที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด
บทเฉพาะกาล
ข้อ 25
ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนและแบบก่อสร้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่
(๑) ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๔ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ
(๒) ข้อ ๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ
(๓) ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) และวรรคสอง ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีที่ไม่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบหรือมีแต่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาเกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ (ข) ในกรณีที่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบโดยได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาไม่เกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้าย เว้นแต่ระยะเวลาที่ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวเหลือไม่ถึงสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๑) ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๔ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ
(๒) ข้อ ๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ
(๓) ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) และวรรคสอง ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีที่ไม่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบหรือมีแต่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาเกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ (ข) ในกรณีที่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบโดยได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาไม่เกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้าย เว้นแต่ระยะเวลาที่ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวเหลือไม่ถึงสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรรักษาความปลอดภัยในการประกอบกิจการน้ำมันและป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัยหรืออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และโดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้การขนส่งน้ำมัน ลักษณะของท่อที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันและการบำรุงรักษาท่อส่งน้ำมัน และวิธีการปฏิบัติงานและการจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดเพื่อประโยชน์ในการขนส่งน้ำมันทางท่อ รวมทั้งการอื่นใดอันจ้าเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
ให้กระทำโดยการออกกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้