กฎกระทรวง
กฎกระทรวงการดำเนินการสำหรับสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ พ.ศ. 2564
17 ข้อ · ประกาศ 5 พ.ย. 2564
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2
ในกฎกระทรวงนี้ “ประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ” หมายความว่า ประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทางน้ำระหว่างประเทศ (International Maritime Dangerous Goods Code (IMDG Code)) ซึ่งกำหนดโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ “สิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้” หมายความว่า ชั้นของสิ่งของและสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๑๘๙ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ “ภาชนะ” หมายความว่า ถัง ถุง กล่อง หรือสิ่งที่ใช้บรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ และหมายความรวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภาชนะดังกล่าวด้วย “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมเจ้าท่า
ข้อ 3
ภาชนะที่ใช้บรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ต้องมีความมั่นคงแข็งแรง รวมทั้งต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ได้ผลิตหรือจัดทำขึ้นตามระบบคุณภาพและมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
(๒) พื้นผิวด้านในภาชนะต้องมีคุณสมบัติที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายเมื่อสัมผัสกับสิ่งของที่บรรจุในภาชนะนั้น
(๓) ทนทานต่อแรงดันของสิ่งของที่บรรจุ และการกระทบกระแทกตามปกติในการยก การขน การเคลื่อนย้าย และการจัดเก็บในการขนส่งทางน้ำ
(๔) ภาชนะเปล่าที่ผ่านการบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้มาแล้ว จะต้องผ่านกระบวนการทำความสะอาดและทำให้แห้ง หรือมีการปิดไว้อย่างมิดชิดและมั่นคงในกรณีที่อาจทำได้โดยปลอดภัย ตามสภาพของสิ่งของที่เคยบรรจุในภาชนะนั้น
(๑) ได้ผลิตหรือจัดทำขึ้นตามระบบคุณภาพและมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
(๒) พื้นผิวด้านในภาชนะต้องมีคุณสมบัติที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายเมื่อสัมผัสกับสิ่งของที่บรรจุในภาชนะนั้น
(๓) ทนทานต่อแรงดันของสิ่งของที่บรรจุ และการกระทบกระแทกตามปกติในการยก การขน การเคลื่อนย้าย และการจัดเก็บในการขนส่งทางน้ำ
(๔) ภาชนะเปล่าที่ผ่านการบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้มาแล้ว จะต้องผ่านกระบวนการทำความสะอาดและทำให้แห้ง หรือมีการปิดไว้อย่างมิดชิดและมั่นคงในกรณีที่อาจทำได้โดยปลอดภัย ตามสภาพของสิ่งของที่เคยบรรจุในภาชนะนั้น
ข้อ 4
วิธีการบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องมีวิธีการบรรจุที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับสิ่งของที่บรรจุนั้น และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) การบรรจุก๊าซอัดในภาชนะ ต้องมีการบรรจุที่เหมาะสมกับสภาพของภาชนะที่บรรจุ
(๒) การบรรจุของเหลวในภาชนะ ต้องมีส่วนพร่องไว้ให้เพียงพอสำหรับการขยายตัวของของเหลวนั้น ณ อุณหภูมิสูงสุดระหว่างการขนส่งตามเส้นทางปกติ
(๓) การใช้วัสดุซึมซับหรือวัสดุบุรองที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับหีบห่อของเหลวที่บรรจุในภาชนะที่ใช้สำหรับสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ในระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ ต้องมีลักษณะและคุณสมบัติ ดังนี้ (ก) สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากของเหลวนั้นให้น้อยที่สุด (ข) ต้องจัดไว้ในลักษณะที่สามารถป้องกันการเคลื่อนไหวของภาชนะที่ใช้สำหรับบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ โดยหุ้มรอบภาชนะดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา (ค) มีปริมาณเพียงพอหรือมากพอที่จะซึมซับและรองรับของเหลวได้ ในกรณีที่สิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่บรรจุในภาชนะนั้นเกิดเหตุรั่วไหล
(๑) การบรรจุก๊าซอัดในภาชนะ ต้องมีการบรรจุที่เหมาะสมกับสภาพของภาชนะที่บรรจุ
(๒) การบรรจุของเหลวในภาชนะ ต้องมีส่วนพร่องไว้ให้เพียงพอสำหรับการขยายตัวของของเหลวนั้น ณ อุณหภูมิสูงสุดระหว่างการขนส่งตามเส้นทางปกติ
(๓) การใช้วัสดุซึมซับหรือวัสดุบุรองที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับหีบห่อของเหลวที่บรรจุในภาชนะที่ใช้สำหรับสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ในระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ ต้องมีลักษณะและคุณสมบัติ ดังนี้ (ก) สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากของเหลวนั้นให้น้อยที่สุด (ข) ต้องจัดไว้ในลักษณะที่สามารถป้องกันการเคลื่อนไหวของภาชนะที่ใช้สำหรับบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ โดยหุ้มรอบภาชนะดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา (ค) มีปริมาณเพียงพอหรือมากพอที่จะซึมซับและรองรับของเหลวได้ ในกรณีที่สิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่บรรจุในภาชนะนั้นเกิดเหตุรั่วไหล
ข้อ 5
ประเภทของภาชนะ มาตรฐานของภาชนะ การจัดให้มีและการรับรองการใช้รหัสสหประชาชาติ (United Nation Mark) และข้อปฏิบัติในการบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 6
ภาชนะที่ใช้บรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ต้องมีการจัดทำและแสดงเครื่องหมายที่ระบุถึงประเภทหรือชนิดของสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้นั้น โดยจะใช้และแสดงเพียงชื่อทางการค้าอย่างเดียวไม่ได้ รวมทั้งต้องมีเครื่องหมายที่เป็นตรา ฉลาก ป้าย หรือพ่นสีลายฉลุ เพื่อบ่งบอกถึงสภาพความอันตรายของสิ่งของที่บรรจุในภาชนะนั้นไว้อย่างชัดเจนเป็นการเฉพาะ เว้นแต่กรณีที่เป็นภาชนะที่ใช้บรรจุสารเคมีในปริมาณอันจำกัดและมีภาชนะที่ใช้บรรจุสารเคมีเดียวกันที่จะขนส่งเป็นจำนวนมากโดยสามารถจัดเก็บและยกขนเป็นหน่วยเดียวกันได้ อาจไม่ต้องจัดทำและแสดงเครื่องหมายดังกล่าวก็ได้ แบบหรือลักษณะของเครื่องหมาย และวิธีการแสดงเครื่องหมายตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 7
การจัดเก็บและการจัดแยกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องจัดเก็บและจัดแยกเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเหมาะสมตามประเภทหรือชนิดของสิ่งของนั้น โดยในการจัดเก็บสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ซึ่งเมื่ออยู่รวมกันแล้วอาจทำให้เกิดระเบิด เพลิงไหม้ หรือเป็นอันตรายแก่เรือหรือบุคคลในเรือ ต้องมีการจำแนกประเภทและชนิดของสิ่งของดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วน และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการขนถ่ายเคลื่อนย้ายและการจัดแยกตามกลุ่มความเข้ากันได้ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 8
การจัดเก็บและการจัดแยกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ต่างประเภทหรือชนิดกันและไม่สามารถเข้ากันได้ หรือเมื่อจัดเก็บไว้ด้วยกันหรืออยู่ใกล้กันแล้วอาจทำให้เกิดระเบิด เพลิงไหม้ ปฏิกิริยาเคมี หรือเป็นอันตรายแก่เรือหรือบุคคลในเรือ ให้จัดเก็บและจัดแยกสิ่งของดังกล่าวออกจากกันตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีเป็นวัตถุระเบิดซึ่งมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรง ยกเว้นเครื่องกระสุน ต้องเก็บไว้ในตลับที่ปิดไว้อย่างมั่นคงในระหว่างการขนส่ง โดยต้องจัดเก็บแยกจากชนวนจุดระเบิด
(๒) กรณีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในห้องหรือช่องระวางที่บรรทุกวัตถุระเบิด ต้องออกแบบและใช้งานในลักษณะที่ทำให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในการเกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
(๑) กรณีเป็นวัตถุระเบิดซึ่งมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรง ยกเว้นเครื่องกระสุน ต้องเก็บไว้ในตลับที่ปิดไว้อย่างมั่นคงในระหว่างการขนส่ง โดยต้องจัดเก็บแยกจากชนวนจุดระเบิด
(๒) กรณีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในห้องหรือช่องระวางที่บรรทุกวัตถุระเบิด ต้องออกแบบและใช้งานในลักษณะที่ทำให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในการเกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
ข้อ 9
การขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านการขนส่งสารกัมมันตรังสีของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยต้องไม่จัดวางไว้สิ่งของดังกล่าวในบริเวณเดียวกันหรือปะปนกับวัตถุระเบิด ก๊าซไวไฟ ของเหลวไวไฟ ของแข็งไวไฟ วัตถุที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เอง วัตถุที่ถูกน้ำแล้วให้ก๊าซไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์และออร์แกนนิคเปอร์ออกไซด์ และวัตถุกัดกร่อน รวมทั้งต้องจัดแยกจากบุคคล เครื่องอุปโภค พัสดุไปรษณีย์ และแผ่นฟิล์มถ่ายภาพด้วย
ข้อ 10
การขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่มีไอระเหยเป็นอันตราย ต้องจัดเก็บไว้ในที่ที่มีการระบายอากาศอย่างดีหรือบนปากระวาง
ข้อ 11
ในการขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องจัดให้มีคู่มือกำหนดความปลอดภัยในการบรรทุกสินค้า (Cargo Securing Manual) ที่เจ้าท่าให้ความเห็นชอบหรือรับรองแล้ว โดยตลอดเวลาระหว่างการขนส่งนั้นต้องทำการบรรทุก จัดเก็บในเรือ และรัดตรึงสินค้า หน่วยการขนส่งของสินค้า (Cargo Transport Unit) และตู้สินค้า (Freight Container) อย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในคู่มือดังกล่าว วิธีการจัดทำและขอความเห็นชอบหรือรับรองคู่มือกำหนดความปลอดภัยในการบรรทุกสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าข้อแนะนำขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
ข้อ 12
ในการขนย้ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่อาจเกิดความร้อนในตัวเองหรืออาจเกิดการสันดาปในตัวเอง ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ และในกรณีที่สิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้เป็นของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ ต้องปฏิบัติตามคำเตือนพิเศษในเรื่องการเกิดเพลิงไหม้หรือการเกิดระเบิด ตามมาตรฐานในประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ
ข้อ 13
การจัดให้มีเอกสารกำกับการขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่ขนส่งในรูปแบบหีบห่อ หรือตู้สินค้า รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือรับรองการบรรจุหีบห่อ ให้ปฏิบัติโดยสอดคล้องตามคำแนะนำในประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ และต้องแจกจ่ายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสิ่งของดังกล่าวได้ทราบด้วย
(๒) ให้ระบุประเภทหรือชนิดสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้สำหรับการขนส่งสิ่งของนั้น โดยจะใช้และแสดงชื่อทางการค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้
(๓) ให้ใช้เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) กรณีการขนส่งในรูปแบบหีบห่อ เอกสารการขนส่งที่ผู้ขนส่งสิ่งของเป็นผู้จัดทำต้องมีหรือแนบคำรับรองหรือคำสำแดงว่า สิ่งของที่ส่งนั้นได้บรรจุหีบห่อและจัดทำและแสดงเครื่องหมายอย่างถูกต้อง และอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการขนส่ง
(๕) ผู้ที่รับผิดชอบและดำเนินการบรรจุหีบห่อหรือบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องลงนามในคำรับรองการบรรจุสินค้าที่แสดงว่า สิ่งของในภาชนะนั้นถูกบรรจุและรัดตรึงอย่างถูกต้องและสอดคล้องตามข้อกำหนดในประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ ทั้งนี้ คำรับรองดังกล่าวอาจรวมอยู่ในเอกสารตาม (๔) ก็ได้
(๖) เรือที่บรรทุกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องมีรายชื่อของสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ (Proper Shipping Name) ในเอกสารสำแดงรายการสินค้า (Manifest) โดยต้องระบุแผนการจัดเก็บสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้บนเรือ (Stowage Plan) และตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของนั้น โดยอาจใช้แผนผังการบรรทุกสิ่งของในเรือที่ระบุชั้นและที่ตั้งของสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งหมดบนเรือแทนแผนการจัดเก็บและตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของดังกล่าวก็ได้ รายละเอียดและวิธีการจัดให้มีเอกสารกำกับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ การจัดให้มีเอกสารตามวรรคหนึ่งอาจกระทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
(๑) ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ที่ขนส่งในรูปแบบหีบห่อ หรือตู้สินค้า รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือรับรองการบรรจุหีบห่อ ให้ปฏิบัติโดยสอดคล้องตามคำแนะนำในประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ และต้องแจกจ่ายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสิ่งของดังกล่าวได้ทราบด้วย
(๒) ให้ระบุประเภทหรือชนิดสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้สำหรับการขนส่งสิ่งของนั้น โดยจะใช้และแสดงชื่อทางการค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้
(๓) ให้ใช้เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๔) กรณีการขนส่งในรูปแบบหีบห่อ เอกสารการขนส่งที่ผู้ขนส่งสิ่งของเป็นผู้จัดทำต้องมีหรือแนบคำรับรองหรือคำสำแดงว่า สิ่งของที่ส่งนั้นได้บรรจุหีบห่อและจัดทำและแสดงเครื่องหมายอย่างถูกต้อง และอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการขนส่ง
(๕) ผู้ที่รับผิดชอบและดำเนินการบรรจุหีบห่อหรือบรรจุสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องลงนามในคำรับรองการบรรจุสินค้าที่แสดงว่า สิ่งของในภาชนะนั้นถูกบรรจุและรัดตรึงอย่างถูกต้องและสอดคล้องตามข้อกำหนดในประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ ทั้งนี้ คำรับรองดังกล่าวอาจรวมอยู่ในเอกสารตาม (๔) ก็ได้
(๖) เรือที่บรรทุกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ต้องมีรายชื่อของสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ (Proper Shipping Name) ในเอกสารสำแดงรายการสินค้า (Manifest) โดยต้องระบุแผนการจัดเก็บสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้บนเรือ (Stowage Plan) และตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของนั้น โดยอาจใช้แผนผังการบรรทุกสิ่งของในเรือที่ระบุชั้นและที่ตั้งของสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งหมดบนเรือแทนแผนการจัดเก็บและตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของดังกล่าวก็ได้ รายละเอียดและวิธีการจัดให้มีเอกสารกำกับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ การจัดให้มีเอกสารตามวรรคหนึ่งอาจกระทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ 14
เรือที่บรรทุกหรือขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ต้องทอดจอด ณ ท่าเรือที่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ลานพักสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวก ผู้ปฏิบัติงานกับเรือ และมาตรการและแผนความปลอดภัยในการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ที่เพียงพอและเป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 15
เรือที่บรรทุกหรือขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ต้องทอดจอด ณ ท่าเรือที่มีผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ขณะขึ้นหรือลงเรือ ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวต้องมีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ตามวิธีการประเมินความรู้ความสามารถและหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 16
ให้นายเรือหรือผู้ควบคุมเรือรายงานเหตุ กรณีสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ตกหล่นหรือรั่วไหลจากเรือลงในทะเล หรือคาดว่าจะตกหล่นหรือรั่วไหลจากเรือลงในทะเล โดยไม่ชักช้าต่อเจ้าท่า ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด กรณีมีการสละเรือ หรือไม่ได้รับรายงานจากเรือ หรือรายงานที่ได้รับจากนายเรือหรือผู้ควบคุมเรือตามวรรคหนึ่งมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 17
ในการประกาศกำหนดรายละเอียด วิธีการ มาตรฐาน หรือแนวทางสำหรับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีคำนึงถึงหลักเกณฑ์และมาตรฐานขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศและประมวลข้อบังคับระหว่างประเทศ และต้องไม่เป็นภาระแก่ผู้ประกอบการโดยไม่จำเป็น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการขนส่งทางน้ำมีการขนส่งและการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ และหากเกิดอุบัติเหตุทางน้ำขึ้น โดยสภาพของสิ่งของดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน สภาพแวดล้อมทางน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
กรณีจึงมีความจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขนส่งและการขนถ่ายสิ่งของเหล่านี้เพื่อลดหรือมิให้เกิดอันตรายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าว ประกอบกับมาตรา ๑๙๐ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.
๒๕๓๕ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบรรจุหีบห่อ การจัดเก็บ การจัดแยก การจัดทำและแสดงเครื่องหมาย การจัดให้มีเอกสารที่จำเป็น และการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้