พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติจัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเทศบาลและการบำรุงท้องที่ พุทธศักราช 2481
11 มาตรา · ประกาศ 17 เม.ย. 2482
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะต้องจัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเทศบาล จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดการกู้เงินในประเทศ เพื่อเทศบาลและการบำรุงท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๘๑”
มาตรา 2
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเทศบาลและการบำรุงท้องที่ รวมเป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบล้านบาท)
มาตรา 4
ให้รัฐบาลจัดการออกพันธบัตรเงินกู้ในประเทศเป็นคราว ๆ ตามที่ต้องการจนครบจำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบล้านบาท) ภายในกำหนดเวลา ๔ ปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป
มาตรา 5
อัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ในประเทศจำนวนนี้ ให้รัฐบาลคิดให้ในอัตราร้อยละ ๔ ครึ่งต่อปี
มาตรา 6
จำนวนเงินที่กู้มานี้ ให้รัฐบาลจัดการไถ่ถอนคืนภายในกำหนดเวลา ๓๐ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้ออกพันธบัตรเงินกู้เป็นต้นไป
มาตรา 7
เมื่อพ้นกำหนด ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ออกพันธบัตรเงินกู้ไปแล้ว รัฐบาลมีอำนาจที่จะชำระไถ่ถอนคืนเงินกู้ที่ได้ออกงวดใดงวดหนึ่ง เฉพาะบางส่วนหรือทั้งหมดจำนวนในงวดนั้น ๆ ก็ได้ แต่ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องประกาศบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
มาตรา 8
ในกรณีที่รัฐบาลชำระไถ่ถอนคืนเงินกู้แต่เฉพาะบางส่วนของงวดใดงวดหนึ่ง การไถ่ถอนคืนเงินกู้นั้น ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา 9
การจ่ายต้นเงินคืนและดอกเบี้ยทั้งหลาย ให้จ่ายเป็นเงินตราสยาม ณ กรมคลัง กรุงเทพฯ หรือ ณ ที่อื่น ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา 10
เงินที่รัฐบาลได้กู้มาตามความในมาตรา ๓ นั้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจที่จะให้เทศบาลกู้และใช้จ่ายเป็นเงินสำรองการบำรุงท้องที่ ตามเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 11
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี