พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติกู้เงินช่วยชาติ พุทธศักราช 2483
7 มาตรา · ประกาศ 1 ม.ค. 2484
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรเปิดโอกาสให้ราษฎรช่วยชาติโดยการให้กู้เงิน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินช่วยชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๓”
มาตรา 2
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดการกู้เงินในประเทศเป็นจำนวนไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบล้านบาท) ภายในเวลา ๑ ปี นับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ โดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธีต่อไปนี้ คือ (ก) ขายบัตรช่วยชาติในราคาที่รัฐบาลกำหนดและรับซื้อบัตรนั้นคืนในราคาเท่ากับราคาขายบวกด้วยดอกเบี้ย ภายในเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันขายบัตร (ข) ออกพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ และชำระไถ่ถอนต้นเงินคืนภายในเวลา ๗ ปี นับแต่วันจำหน่ายพันธบัตร
มาตรา 4
การกู้เงินตามความในมาตรา ๓ ให้รัฐบาลชำระดอกเบี้ยในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑ และไม่เกินร้อยละ ๓ ต่อปี
มาตรา 5
ให้รัฐบาลมีอำนาจใช้เงินที่ได้กู้มานั้นเพื่อประโยชน์แก่ชาติตามพระราชบัญญัติงบประมาณ
มาตรา 6
รายจ่ายในการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนต้นเงินกู้คืน ให้จ่ายจากเงินคงคลัง หรือให้ตั้งเงินไว้จ่ายเป็นรายปีในงบประมาณประจำปี พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นต้นไป
มาตรา 7
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดและลักษณะแห่งบัตรช่วยชาติและพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ ราคาขาย ราคาและเวลารับซื้อบัตรช่วยชาติคืน ชนิดราคาแห่งพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ เวลาชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ เงื่อนไขแห่งการโอนกรรมสิทธิ์ การผ่อนผันรับซื้อบัตรช่วยชาติที่ชำรุดคืน และค่าธรรมเนียมการออกใบแทน ตั้งแต่งพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดกิจการอื่น ๆ ทั้งปวงเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี