มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกากำหนดเอกสิทธิ์สำหรับศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าทางสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม พ.ศ. 2567
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เป็นนิติบุคคล และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้ศูนย์ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และรายได้ของศูนย์ได้รับเอกสิทธิ์ในเรื่องการยกเว้นภาษีทางตรง การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามหรือข้อกำกัดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสิ่งของเพื่อใช้ในทางการของศูนย์ และสิทธิการได้มา การได้รับ การถือครอง และการโอนซึ่งเงินทุนหรือเงินตราใด ๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเงินตราของศูนย์ ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕ (๑) (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ (๓) ให้บุคลากรของศูนย์ได้รับเอกสิทธิ์ในเรื่องการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะในส่วนที่เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนที่ได้รับจากศูนย์หรือรัฐบาลของประเทศตน การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของใช้ส่วนตัวภายในหกเดือนนับแต่เวลาที่เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในประเทศไทย การยกเว้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการจดทะเบียนคนต่างด้าว และการอำนวยความสะดวกในการส่งกลับคืนประเทศในเวลาที่มีวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศไม่เกินที่ให้แก่ผู้แทนทางการทูต ทั้งนี้ ตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ (๔) ให้คู่สมรส บุตรอายุไม่เกินยี่สิบปี และบุคคลในครัวเรือนของบุคลากรของศูนย์ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับเอกสิทธิ์ในเรื่องการยกเว้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการจดทะเบียนคนต่างด้าว และการอำนวยความสะดวกในการส่งกลับคืนประเทศในเวลาที่มีวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศไม่เกินที่ให้แก่ผู้แทนทางการทูต ทั้งนี้ ตามมาตรา ๖ (๓) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ ทั้งนี้ ตามความตกลงท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรานี้อ้างถึง
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา