Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติกู้เงินในประเทศ พุทธศักราช 2485

9 มาตรา · ประกาศ 20 ต.ค. 2485

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรจัดการกู้เงินในประเทศเพื่อประโยชน์แก่ชาติ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔) อาทิตย์ทิพอาภา ปรีดี พนมยงค์ ตราไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินไนประเทส พุทธสักราช ๒๔๘๕”
มาตรา 2 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดการกู้เงินในประเทศเป็นจำนวนไม่เกินหกสิบล้านบาท จำแนกเป็นสามประเภทเพื่อความประสงค์ที่ระบุต่อไปนี้ (ก) กู้ไม่เกินสิบสองล้านบาทเพื่อความประสงค์แห่งการสหกรณ์ ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “เงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕” (ข) กู้ไม่เกินสิบแปดล้านบาทเพื่อความประสงค์แห่งการอุตสาหกรรม ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “เงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕” (ค) กู้ไม่เกินสามสิบล้านบาทเพื่อชดเชยเงินคงคลังที่ต้องจ่ายเพื่อประโยชน์แก่ชาติตามพระราชบัญญัติงบประมาณ ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕”
มาตรา 4 การกู้เงินแต่ละประเภทให้จัดโดยวิธีออกพันธบัตรเป็นคราว ๆ ตามที่ต้องการ ภายในกำหนดเวลาสี่ปีนับตั้งแต่วันออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทนั้น ๆ ในคราวแรก
มาตรา 5 การกู้เงินแต่ละประเภทให้รัฐบาลชำระดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินกว่าร้อยละ ๔.๑/๒ ต่อปี
มาตรา 6 เงินแต่ละประเภทที่ได้กู้มาให้รัฐบาลจัดการไถ่ถอนคืนภายในกำหนดเวลาต่อไปนี้ (ก) สามสิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ข) สามสิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ค) สิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทนั้น ๆ ในคราวแรก
มาตรา 7 รายจ่ายในการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนต้นเงินกู้คืน ให้จ่ายจากเงินต่อไปนี้ (ก) เงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ และเงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ให้จ่ายจากดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังได้รับจากผู้กู้เงินตามความในมาตรา ๘ หรือให้จ่ายจากเงินคงคลัง (ข) เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ให้จ่ายจากเงินคงคลัง หรือให้จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณประจำปีเพื่อส่งใช้เงินกู้รายนี้ โดยเฉพาะเงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ จะกำหนดโดยกฎกระทรวงให้เลือกรับชำระการไถ่ถอนต้นเงินกู้เป็นทองคำแทนเงินตราตามราคาที่กำหนดในกฎนั้นก็ได้ แต่การกำหนดราคานั้น ให้กำหนดก่อนการออกพันธบัตรในคราวแรก
มาตรา 8 เงินแต่ละประเภทที่ได้กู้มา ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจใช้สำหรับกิจการ ดังต่อไปนี้ (ก) เงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้เป็นทุนสำหรับให้สหกรณ์หรือธนาคารที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสหกรณ์กู้ ตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (ข) เงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้เป็นทุนสำหรับให้องค์การสาธารณะหรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกู้ ตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกา (ค) เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้ชดเชยเงินคงคลังที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณ
มาตรา 9 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กล่าวโดยเฉพาะกฎกระทรวงอาจกำหนดข้อความดังต่อไปนี้ (ก) ชนิด ชนิดราคา และลักษณะแห่งพันธบัตรเงินกู้ (ข) ราคาและวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ (ค) วิธีการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนคืนต้นเงินกู้ (ง) วิธีการไถ่ถอนต้นเงินกู้เป็นทองคำแทนเงินตรา (จ) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่จะให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่ให้ธนาคารนั้นออกและจัดการเงินกู้ตามความในพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้