Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวงศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. 2567

11 ข้อ · ประกาศ 15 พ.ย. 2567

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ขอรับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๑)
ข้อ 2 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีโครงสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรง โดยผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดานต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและสามารถรองรับน้ำหนักเครื่องมือที่บรรจุวัสดุกัมมันตรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด
(๒) ต้องไม่มีวัตถุอันตรายอื่นและอาหารเก็บรวมอยู่ และมีมาตรการหรือระบบป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว
(๓) ต้องได้รับการประเมินและออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีของการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสีนั้น และเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ (๔) ต้องมีการประเมินความปลอดภัยทางรังสี โดยบริเวณที่ปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไปต้องมีปริมาณรังสีที่ประชาชนทั่วไปได้รับไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์
ข้อ 3 ห้ามมิให้ตั้งสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรมภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน เว้นแต่ในกรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เลขาธิการอาจประกาศกำหนดเปลี่ยนแปลงได้
ข้อ 4 ในกรณีที่สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียนหรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐหรือเขตอนุรักษ์และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีและมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
ข้อ 5 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องสำรวจรังสีหรือเครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานของเครื่องสำรวจรังสีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รวมทั้งตรวจสอบสภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือการใช้งาน
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีทุกคนเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือน หากเป็นผู้ปฏิบัติงานทางรังสีสำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรมหรือวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ให้ประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีเป็นประจำทุกเดือน
(๓) มาตรวัดรังสีแบบพกพาที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี สำหรับวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ เฉพาะโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ เฉพาะอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรม และวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจประกาศกำหนดให้มีการใช้มาตรวัดรังสีแบบอื่นใดสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีเพื่อให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้
(๔) เครื่องมืออื่น ๆ ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับแผนการป้องกันอันตรายทางรังสี
ข้อ 6 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) การขอรับใบอนุญาตผลิต ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๒) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๓) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ ชนิดไม่ปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูงหรือระดับกลาง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๔) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๔ ชนิดปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
ข้อ 7 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสี สำหรับการปฏิบัติงาน โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) สายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสี ซึ่งระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างครบถ้วนและชัดเจน
(๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงาน และมีมาตรการควบคุมการเข้า ออกพื้นที่ อย่างชัดเจน
(๓) กฎระเบียบ มาตรการความปลอดภัยทางรังสี แผนงาน และขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรังสีน้อยที่สุด
(๔) แผนการตรวจวัดรังสี ทั้งที่บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณสาธารณะ โดยกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน
(๕) แผนการปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉินทางรังสี และรายละเอียดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เพียงพอในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสี เมื่อมีกรณีฉุกเฉินทางรังสี รวมถึงแผนการฝึกซ้อม
(๖) แผนการดำเนินงานเมื่อเลิกใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙ (๗) ระบบควบคุมและการจัดทำทะเบียนวัสดุกัมมันตรังสี และระบุระยะเวลาการตรวจสอบทะเบียนที่เหมาะสม
(๘) การสอบเทียบเครื่องมือที่ใช้ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เป็นไปตามข้อ ๕
ข้อ 8 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามประเภทของวัสดุกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
ข้อ 9 ในกรณีที่มีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีวิธีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีที่ปลอดภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีที่เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๙
ข้อ 10 ให้นำความในข้อ ๒ (๑) ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 11 ให้นำความในข้อ ๒ (๑) และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสีที่ขออนุญาต จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้