กฎกระทรวง
กฎกระทรวงระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พ.ศ. 2567
35 ข้อ · ประกาศ 13 ธ.ค. 2567
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ 3
ในกฎกระทรวงนี้ “ก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมที่ประกอบด้วยมีเทนเป็นส่วนใหญ่ “ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ” หมายความว่า ระบบที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายก๊าซธรรมชาติผ่านท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกหรือท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลจากต้นทางไปยังปลายทาง ซึ่งประกอบด้วย สถานี ท่อ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการขนส่งก๊าซธรรมชาติ “ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก” หมายความว่า ท่อ ส่วนประกอบของท่อ และอุปกรณ์ ซึ่งไม่ว่าจะวางอยู่บนพื้นดิน ใต้ดิน หรือในน้ำ หรือวางอยู่บนสิ่งปลูกสร้างใด แต่ไม่รวมท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเล “ท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเล” หมายความว่า ท่อ ส่วนประกอบของท่อ และอุปกรณ์ ซึ่งมีต้นทางไปยังปลายทาง ดังต่อไปนี้ และให้หมายความรวมถึงท่อส่งก๊าซธรรมชาติภายในแท่นประกอบการและระหว่างแท่นประกอบการด้วย
(๑) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติถึงแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติแห่งอื่น
(๒) จุดส่งก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติหรือแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง
(๓) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ หรือเรือผลิตปิโตรเลียม หรือเรือขนส่งปิโตรเลียม ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง หรือแนวเขตสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือแนวเขตคลังก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการ” หมายความว่า แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ และแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า แท่นที่ใช้ประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลของผู้ได้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือผู้รับสัญญาจ้างบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม กฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกันเฉพาะในพื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน แต่ไม่รวมถึงเรือผลิตปิโตรเลียม “แท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า แท่นที่ใช้ประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากในทะเล “สถานี” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับสูบ เพิ่มความดัน ลดความดัน ตรวจวัดปริมาณ รับหรือส่งก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง “มาตรฐาน ASME B31.3” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.3 เรื่อง Process Piping “มาตรฐาน ASME B31.8” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.8 เรื่อง Gas Transmission and Distribution Piping Systems “มาตรฐาน EN 12007” หมายความว่า มาตรฐานของประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ลำดับที่ EN 12007 เรื่อง Gas supply systems - Pipelines for maximum operating pressure up to and including 16 bar “มาตรฐาน NFPA” หมายความว่า มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา “มาตรฐาน IEC” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ “ผู้ประกอบกิจการควบคุม” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อซึ่งเป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการประกอบกิจการ “ผู้ทดสอบและตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ทดสอบและตรวจสอบซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗
(๑) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติถึงแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติแห่งอื่น
(๒) จุดส่งก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติหรือแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง
(๓) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ หรือเรือผลิตปิโตรเลียม หรือเรือขนส่งปิโตรเลียม ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง หรือแนวเขตสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือแนวเขตคลังก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการ” หมายความว่า แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ และแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า แท่นที่ใช้ประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลของผู้ได้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือผู้รับสัญญาจ้างบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม กฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกันเฉพาะในพื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน แต่ไม่รวมถึงเรือผลิตปิโตรเลียม “แท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า แท่นที่ใช้ประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากในทะเล “สถานี” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับสูบ เพิ่มความดัน ลดความดัน ตรวจวัดปริมาณ รับหรือส่งก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง “มาตรฐาน ASME B31.3” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.3 เรื่อง Process Piping “มาตรฐาน ASME B31.8” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.8 เรื่อง Gas Transmission and Distribution Piping Systems “มาตรฐาน EN 12007” หมายความว่า มาตรฐานของประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ลำดับที่ EN 12007 เรื่อง Gas supply systems - Pipelines for maximum operating pressure up to and including 16 bar “มาตรฐาน NFPA” หมายความว่า มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา “มาตรฐาน IEC” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ “ผู้ประกอบกิจการควบคุม” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อซึ่งเป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการประกอบกิจการ “ผู้ทดสอบและตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ทดสอบและตรวจสอบซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗
ข้อ 4
กฎกระทรวงนี้ไม่ใช้บังคับแก่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อในสถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ คลังก๊าซธรรมชาติและสถานที่เก็บรักษาก๊าซธรรมชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๒) กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม เฉพาะในส่วนที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีหน้าที่และอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแล
(๓) พื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน
(๔) โรงแยกก๊าซธรรมชาติ
(๕) โรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว
(๖) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๑) สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ คลังก๊าซธรรมชาติและสถานที่เก็บรักษาก๊าซธรรมชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๒) กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม เฉพาะในส่วนที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีหน้าที่และอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแล
(๓) พื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน
(๔) โรงแยกก๊าซธรรมชาติ
(๕) โรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว
(๖) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
หมวด ๑ บททั่วไป
ข้อ 5
ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อจะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือได้รับความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อมจากกรมธุรกิจพลังงาน ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 6
ผู้ประกอบกิจการควบคุมหรือเจ้าของโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพและผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ โดยจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข ลด ติดตาม และตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๕ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 7
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออย่างเป็นระบบ และพร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ เอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออย่างน้อยต้องมีเอกสารและข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ
(๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
(๔) รายงานการตรวจสอบการใช้งานและการบำรุงรักษา
(๕) รายงานการตรวจประเมินด้านการจัดการความปลอดภัย
(๖) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๗) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๘) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดเก็บเอกสารและข้อมูลตามวรรคหนึ่งจะจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสารก็ได้
(๑) คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ
(๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
(๔) รายงานการตรวจสอบการใช้งานและการบำรุงรักษา
(๕) รายงานการตรวจประเมินด้านการจัดการความปลอดภัย
(๖) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๗) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๘) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดเก็บเอกสารและข้อมูลตามวรรคหนึ่งจะจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสารก็ได้
ข้อ 8
การดำเนินการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อในระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ต้องดำเนินการโดยผู้ปฏิบัติงานซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดเวลาที่มีการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
ข้อ 9
การใช้งานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องไม่เกินความดันใช้งานสูงสุดที่ยอมรับได้ (Maximum Allowable Operating Pressure, MAOP) ตามที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมได้รับอนุญาต ในกรณีที่จะมีการใช้งานเกินความดันใช้งานสูงสุดที่ยอมรับได้ดังกล่าว ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มการใช้งาน
หมวด ๒
ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อ
ข้อ 10
ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องมีแผนผัง แบบ และรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๓) แผนภาพแสดงกระบวนการไหล
(๔) แบบแสดงรายละเอียดท่อและอุปกรณ์
(๕) แบบก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๖) แบบแสดงรายละเอียดการวางท่อในบริเวณที่แนวท่อตัดผ่านถนน ทางรถไฟ หรือทางน้ำ
(๗) แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออื่น หรือสถานประกอบกิจการควบคุมอื่น
(๘) แบบป้ายเตือนแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายในการแสดงเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๙) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่งต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน สำหรับแผนผังตาม (๑) และ (๒) อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งให้ส่งเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเชื่อมโยงพิกัดภูมิศาสตร์กับแผนที่หรือตำแหน่งที่ตั้งด้วยก็ได้ ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๓) แผนภาพแสดงกระบวนการไหล
(๔) แบบแสดงรายละเอียดท่อและอุปกรณ์
(๕) แบบก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๖) แบบแสดงรายละเอียดการวางท่อในบริเวณที่แนวท่อตัดผ่านถนน ทางรถไฟ หรือทางน้ำ
(๗) แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออื่น หรือสถานประกอบกิจการควบคุมอื่น
(๘) แบบป้ายเตือนแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายในการแสดงเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๙) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่งต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน สำหรับแผนผังตาม (๑) และ (๒) อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งให้ส่งเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเชื่อมโยงพิกัดภูมิศาสตร์กับแผนที่หรือตำแหน่งที่ตั้งด้วยก็ได้ ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 11
แบบก่อสร้างตามข้อ ๑๐ (๕) ให้แสดงแนวท่อและความลึก ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ
(๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ
(๔) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ และวัสดุที่ใช้ทำท่อ
(๕) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของก๊าซธรรมชาติที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ และอุปกรณ์ส่วนควบของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
(๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ
(๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ
(๔) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ และวัสดุที่ใช้ทำท่อ
(๕) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของก๊าซธรรมชาติที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ และอุปกรณ์ส่วนควบของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
ข้อ 12
ท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องเป็นชนิดที่ใช้กับก๊าซธรรมชาติและไม่ทำปฏิกิริยากับก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีความมั่นคงแข็งแรง ตามมาตรฐานที่ระบุในข้อ ๑๓ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องสามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการตรวจหาทางโลหะได้ ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการดังกล่าว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพิ่มเติมตามที่ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการตรวจหาทางโลหะได้
หมวด ๓ การออกแบบ การก่อสร้าง การติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ 13
การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้ง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.3 หรือมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐาน EN 12007 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 14
การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามมาตรฐาน API-RP-2A-WSD (American Petroleum Institute Recommended Practice 2A-WSD Planning, Designing, and Constructing Fixed Offshore Platforms - Working Stress Design) หรือ AISC (American Institute of Steel Construction) หรือ AWS D 1.1 (American Welding Society Structural Welding Code - Steel) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 15
การออกแบบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้ดำเนินการโดยวิศวกรซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร การก่อสร้างและการติดตั้งระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องได้รับการรับรองจากผู้ทดสอบและตรวจสอบ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญในการรับรองด้านความปลอดภัยของแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
ข้อ 16
การทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ 17
ในการทดสอบและตรวจสอบ รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบก่อนการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาประกอบการขอรับใบอนุญาตตามเวลาที่กำหนดในประกาศที่ออกตามข้อ ๑๘ (๒) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบระหว่างการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อตามที่ระบุในแผนการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แผนการบำรุงรักษาตาม (๒) ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดทำและส่งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาพร้อมกับการยื่นขอรับใบอนุญาตหรือตามเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบแผนดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการตามแผนต่อไป ในกรณีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนนั้น ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งกรมธุรกิจพลังงานพิจารณา พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น
(๑) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบก่อนการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาประกอบการขอรับใบอนุญาตตามเวลาที่กำหนดในประกาศที่ออกตามข้อ ๑๘ (๒) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบระหว่างการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อตามที่ระบุในแผนการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แผนการบำรุงรักษาตาม (๒) ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดทำและส่งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาพร้อมกับการยื่นขอรับใบอนุญาตหรือตามเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบแผนดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการตามแผนต่อไป ในกรณีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนนั้น ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งกรมธุรกิจพลังงานพิจารณา พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น
ข้อ 18
รายละเอียดทางเทคนิค หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานในการทดสอบและตรวจสอบ และการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 19
สถานีต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
(๑) มีรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงอย่างอื่นเพื่อแสดงแนวเขตโดยรอบสถานี และมีความสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร
(๒) บริเวณที่ตั้งสถานีด้านที่ยานพาหนะเข้าถึงสถานีได้ต้องจัดให้มีเสากันภัยทุกระยะ ๑.๕๐ เมตร หรือราวเหล็กหรือกำแพงที่มีความมั่นคงแข็งแรงป้องกันตลอดแนวสถานีด้านนั้น โดยมีระยะห่างจากรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงตาม (๑) ไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เสากันภัยหรือราวเหล็กหรือกำแพงดังกล่าวต้องออกแบบและก่อสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม สถานีบนแท่นประกอบการให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
(๑) มีรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงอย่างอื่นเพื่อแสดงแนวเขตโดยรอบสถานี และมีความสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร
(๒) บริเวณที่ตั้งสถานีด้านที่ยานพาหนะเข้าถึงสถานีได้ต้องจัดให้มีเสากันภัยทุกระยะ ๑.๕๐ เมตร หรือราวเหล็กหรือกำแพงที่มีความมั่นคงแข็งแรงป้องกันตลอดแนวสถานีด้านนั้น โดยมีระยะห่างจากรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงตาม (๑) ไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เสากันภัยหรือราวเหล็กหรือกำแพงดังกล่าวต้องออกแบบและก่อสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม สถานีบนแท่นประกอบการให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 20
ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่มีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ ต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติต้องตั้งอยู่ห่างจากผนังถังเก็บน้ำมัน หรือถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานที่เก็บวัตถุที่ติดไฟหรือระเบิดได้ทุกชนิดที่อยู่เหนือพื้นดิน หรือแหล่งที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟได้ง่ายไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร
(๒) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่ภายในสถานี ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของสถานีไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร
(๓) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่นอกสถานี ต้องจัดให้มีป้ายคำเตือน “บริเวณอันตรายอาจมีการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ”
(๔) จัดให้มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ
(๑) ตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติต้องตั้งอยู่ห่างจากผนังถังเก็บน้ำมัน หรือถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานที่เก็บวัตถุที่ติดไฟหรือระเบิดได้ทุกชนิดที่อยู่เหนือพื้นดิน หรือแหล่งที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟได้ง่ายไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร
(๒) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่ภายในสถานี ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของสถานีไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร
(๓) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่นอกสถานี ต้องจัดให้มีป้ายคำเตือน “บริเวณอันตรายอาจมีการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ”
(๔) จัดให้มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ
ข้อ 21
กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายต้องติดตั้งให้ระบายไปยังบริเวณที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ข้อ 22
ในกรณีที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเป็นท่อฝังดินโดยวิธีการขุดเปิด ต้องมีการฝังเทปเตือนสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร โดยมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ ถ้ามีแผ่นคอนกรีตป้องกันท่อให้ฝังเทปเตือนไว้เหนือแผ่นคอนกรีต ข้อความเตือนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุถึงชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุมและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุและผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
หมวด ๔ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ 23
บริเวณอันตรายของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า รวมทั้งระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) การออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน ภายในบริเวณอันตราย และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและติดตั้งสำหรับประเทศไทยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐาน IEC มาตรฐาน NFPA หรือ มาตรฐาน API (American Petroleum Institute) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๒) การตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ
(๓) เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า ต้องได้รับการรับรองการประกันคุณภาพการผลิต ได้รับการรับรองความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
(๑) การออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน ภายในบริเวณอันตราย และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและติดตั้งสำหรับประเทศไทยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐาน IEC มาตรฐาน NFPA หรือ มาตรฐาน API (American Petroleum Institute) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๒) การตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ
(๓) เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า ต้องได้รับการรับรองการประกันคุณภาพการผลิต ได้รับการรับรองความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ 24
สถานี ท่อที่ติดตั้งเหนือพื้นดิน และแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ อย่างน้อยต้องจัดให้มีระบบต่อลงดินและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า
ข้อ 25
สถานีและแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องจัดให้มีป้ายห้ามและคำเตือนเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีและเครื่องหมายเพื่อความปลอดภัยและต้องติดตั้งไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามสูบบุหรี่
(๒) ห้ามจุดไฟและก่อประกายไฟ
(๓) ห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
(๑) ห้ามสูบบุหรี่
(๒) ห้ามจุดไฟและก่อประกายไฟ
(๓) ห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
ข้อ 26
สถานีต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘ กิโลกรัม ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานอื่นที่กรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบอย่างน้อยสองเครื่องไว้ ณ บริเวณที่มองเห็นและสามารถนำออกมาใช้ได้โดยง่าย ในกรณีที่สถานีมีเครื่องสูบอัดก๊าซ ให้ติดตั้งเครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่งเพิ่มอย่างน้อยสองเครื่องต่อเครื่องสูบอัดก๊าซหนึ่งเครื่อง ในกรณีที่สถานีใช้เครื่องดับเพลิงชนิดอื่น เครื่องดับเพลิงนั้นจะต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานอื่น โดยต้องมีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 40-B:C และมีขนาดบรรจุอย่างน้อย ๖.๘ กิโลกรัม และได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน แท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องมีการออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงระบบตรวจจับความร้อน ไฟ ควันและก๊าซตามมาตรฐาน NFPA และต้องมีการติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือโดยจัดวางให้กระจายไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงเครื่องดับเพลิงได้โดยสะดวก และต้องสามารถเข้าถึงได้จากจุดต่าง ๆ ภายในระยะทางไม่เกิน ๑๕.๐๐ เมตร ในบริเวณแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ โดยต้องมีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 40-B:C และมีขนาดบรรจุอย่างน้อย ๖.๘ กิโลกรัม ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานสากล ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยหกเดือนต่อครั้ง
ข้อ 27
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการเตรียมการในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๒) จัดทำป้ายขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินสำหรับบุคคลทั่วไปในพื้นที่เขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ การฝึกซ้อมแผนตาม (๑) ให้ดำเนินการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งพร้อมทั้งจัดทำและจัดเก็บรายงานการฝึกซ้อมเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
(๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
(๒) จัดทำป้ายขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินสำหรับบุคคลทั่วไปในพื้นที่เขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ การฝึกซ้อมแผนตาม (๑) ให้ดำเนินการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งพร้อมทั้งจัดทำและจัดเก็บรายงานการฝึกซ้อมเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
ข้อ 28
การจัดทำแผนฉุกเฉินตามข้อ ๒๗ (๑) ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อหรือสถานีหรือแท่นประกอบการ
(๒) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะเกิดเหตุ
(๓) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะหลังเกิดเหตุ
(๔) บทบาทหน้าที่ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมเหตุฉุกเฉิน
(๕) ช่องทางการสื่อสารและข้อมูลการติดต่อประสานงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
(๑) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อหรือสถานีหรือแท่นประกอบการ
(๒) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะเกิดเหตุ
(๓) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะหลังเกิดเหตุ
(๔) บทบาทหน้าที่ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมเหตุฉุกเฉิน
(๕) ช่องทางการสื่อสารและข้อมูลการติดต่อประสานงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข้อ 29
ห้ามทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟภายในเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อและสถานี เว้นแต่เป็นกรณีการปฏิบัติงานที่มีการควบคุมโดยผู้ประกอบกิจการควบคุม
ข้อ 30
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อชำรุด หรือเสียหายจนเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
หมวด ๕ การพักหรือหยุดใช้งานชั่วคราว และการยกเลิกใช้งานเป็นการถาวร
ข้อ 31
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะทำการพักหรือหยุดใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อชั่วคราวทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจะนำส่วนที่พักหรือหยุดใช้งานทั้งหมดหรือบางส่วนดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อพิจารณา โดยระบุเหตุผลความจำเป็น พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการตรวจสอบและบำรุงรักษาหรือดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 32
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะยกเลิกใช้งานเป็นการถาวรทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แจ้งรายละเอียดแผนการดำเนินการ และแผนปฏิบัติการคืนสภาพต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีหน้าที่ดำเนินการตามแผนที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จตามที่กำหนด ไม่ว่าใบอนุญาตจะสิ้นสุดอายุลงก่อนหรือไม่ก็ตาม และเมื่อดำเนินการเสร็จตามแผนดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าการประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อสิ้นสุดลงในส่วนที่มีการแจ้งยกเลิกใช้งานตามวรรคหนึ่ง
บทเฉพาะกาล
ข้อ 33
ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับใบอนุญาตและยังประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่
(๑) ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๖ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๓ (๒) ข้อ ๒๔ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๒) ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ (๓) และ (๔) ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๓) กรณีที่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อไม่มีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมในระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อดังกล่าวจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อ ๖ โดยเทียบเคียงมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขการดำเนินการหรือมาตรการทดแทนเพิ่มเติมสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ก็ได้ ไม่ว่าจะประกาศเป็นการทั่วไป หรือกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตเฉพาะกรณี
(๑) ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๖ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๓ (๒) ข้อ ๒๔ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๒) ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ (๓) และ (๔) ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๓) กรณีที่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อไม่มีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมในระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อดังกล่าวจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อ ๖ โดยเทียบเคียงมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขการดำเนินการหรือมาตรการทดแทนเพิ่มเติมสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ก็ได้ ไม่ว่าจะประกาศเป็นการทั่วไป หรือกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตเฉพาะกรณี
ข้อ 34
ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมได้รับความเห็นชอบแบบแปลน แผนผัง และแบบก่อสร้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อตามกฎกระทรวงนี้ และตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ (๑) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการออกแบบ
ข้อ 35
ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗ การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรับรองตามข้อ ๑๕ วรรคสอง ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๓ (๒) ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดหาวิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร เป็นผู้ดำเนินการแทน และแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบเพื่อประโยชน์ในการเข้าตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการทดสอบและตรวจสอบแบบไม่ทำลาย หรือการตรวจสอบการป้องกันการกัดกร่อน ให้ดำเนินการโดยผู้ชำนาญการที่ได้ใบรับรองตามมาตรฐานที่ข้อ ๑๓ กำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้เหมาะสมแก่กาลปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้