พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช 2489
10 มาตรา · ประกาศ 30 เม.ย. 2489
สมเด็จพระเจ้าอยู่อานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่นหรือดำเนินงานเพื่อการนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
อานันทมหิดล ตราไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
บรรดาการกระทำก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น หรือการดำเนินงานเพื่อการนั้น ให้ผู้กระทำเป็นอันพ้นจากความผิดทั้งสิ้น
มาตรา 4
ถ้าผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามมาตรา ๓ ต้องคุมขังอยู่ในเรือนจำ ให้ผู้นั้นยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ เพื่อให้พิจารณาปล่อยตัวไป
มาตรา 5
บุคคลที่ได้พ้นโทษไปก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าโทษนั้นเป็นโทษในความผิดที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ พิจารณามีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ได้
มาตรา 6
เมื่อบุคคลที่คณะกรรมการได้มีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามความในมาตรา ๕ หรือที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ปล่อยตัวตามความในมาตรา ๗ ได้ร้องขอ ก็ให้คณะกรรมการออกหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 7
ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน อธิบดีศาลอุทธรณ์ อธิบดีศาลอาญา อธิบดีกรมอัยการ และเจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นกรรมการ มีหน้าที่ดังกล่าวในมาตรา ๔ ในมาตรา ๕ และในมาตรา ๖ ในการพิจารณาคำร้องขอของบุคคลผู้ต้องคุมขังตามความในมาตรา ๔ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามความในพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำให้ปล่อยตัวไปโดยมิชักช้า
มาตรา 8
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกหมายเรียกบุคคลให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐาน และสั่งให้บุคคลสาบานหรือปฏิญานก่อนให้ถ้อยคำได้
มาตรา 9
ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ ให้ถือว่ากรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายของกฎหมายลักษณะอาญา
มาตรา 10
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการปรีดี พนมยงค์นายกรัฐมนตรี