Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการแห่งประเทศ พ.ศ. 2499

7 มาตรา · ประกาศ 21 ก.พ. 2499

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดการกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการแห่งประเทศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการแห่งประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้รัฐบาลมีอำนาจกู้เงินภายในประเทศเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการแห่งประเทศภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นมูลค่าไม่เกินสองพันล้านบาท จะเป็นเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศสกุลใดก็ได้
มาตรา 4 เพื่อให้การกู้เงินดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไป ให้รัฐบาลมีอำนาจออกตั๋วเงินคลัง พันธบัตร หรือตราสารอื่นเป็นคราว ๆ ได้ตามความต้องการ
มาตรา 5 ชนิด หน่วย ลักษณะของพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี อัตราดอกเบี้ยและกำหนดชำระต้นเงินคืนก็ดี ราคาและวิธีการออกพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา 6 วิธีการจ่ายดอกเบี้ยและชำระต้นเงินของพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการออกและปฏิบัติเงินกู้ตามอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการแห่งประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๖ จะหมดอายุลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๘ แล้ว และประเทศยังคงมีความต้องการบำรุงในด้านต่าง ๆ คือ ทางการคมนาคม การทาง
และการลงทุนทางเศรษฐกิจและวิวัฒนาการการพลังงานและการลงทุนอย่างอื่น เงินได้ทางภาษีอากรก็ต้องใช้จ่ายในทางป้องกันประเทศ การศึกษา การปกครอง การรักษาความสงบ การสาธารณสุขเป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายที่จะเรียกเก็บภาษีอากรจนรุนแรงเกินไป แต่ก็ปรารถนาจะเร่งรัดการพิพัฒนาการทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องเสนอขอกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้มาในวงเงินกู้ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้