พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ พ.ศ. 2506
6 มาตรา · ประกาศ 29 ม.ค. 2506
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นปีที่ ๑๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ พ.ศ. ๒๕๐๖”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการตามมาตรา ๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ เพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นมูลค่าไม่เกินห้าพันล้านบาท จะเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลหนึ่งหรือหลายสกุลก็ได้ ในกรณีกู้เงินตราต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาให้คำนวณอัตราหนึ่งดอลลาร์ต่อยี่สิบบาท ถ้าเป็นเงินตราสกุลอื่นให้คำนวณโดยเทียบจากค่าเสมอภาคของเงินตราสกุลนั้น การกู้เงินแต่ละคราวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 4
อัตราดอกเบี้ยในการกู้เงินให้กำหนดไม่เกินร้อยละหกต่อปี
มาตรา 5
เวลาชำระต้นเงินกู้คืนให้กำหนดไม่เกินสามสิบปีนับแต่วันทำสัญญากู้
มาตรา 6
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ส. ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีโครงการขอกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ มาใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ตามพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้ให้อำนาจรัฐบาลถือประโยชน์จากสมาชิกภาพทำการกู้เงินและค้ำประกันการกู้เงินขององค์การของรัฐบาลจากธนาคารระหว่างประเทศได้
และได้ระบุไว้ว่าการกู้เงินดังกล่าวจะเป็นผลสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ตราขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ ฉะนั้น จึงสมควรตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น